Traing of Trainer

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ความรู้ไม่ใช่ทองคำ...เปรียบเหมือนนมมากกว่า
ความรู้ไม่ใช่อำนาจ...การแบ่งปันความรู้ต่างหากคืออำนาจ
ทุกคนมีความรู้ความสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือกันได้ ต่อให้พวกเขาไม่รู้ตัวว่ามีก็ตาม
คุณไม่สามารถแบ่งปันความรู้ที่คุณไม่เคยรู้ว่าตัวคุณมี

การจัดกิจกรรม KM

แผนและผลการดำเนินกิจกรรม KM

การจัดการความรู้ ศภ.2กสอ.:KM IPC2
การจัดการความรู้ ครั้งที่ 4/2552   เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง   ถ่ายทอดความรู้ Excel   การพัฒนาผู้ฝึกสอน   ฝึกลงข้อมูล บนเครือข่าย SSMWiki   กิจกรรม 5 ส ต้านไข้หวัด 2009


สรุปการเรียนรู้

  • วิทยากรของท่าน หรือ เมื่อท่านรับหน้าที่เป็นวิทยากร ท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่?
1. ไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าใจได้อย่างชัดเจน
2. ขาดพลัง ขาดความตื่นเต้นไม่เป็นที่น่าสนใจของผู้เข้าร่วมสัมมนา
3. ขาดเทคนิคการนำเสนอ ทำให้ไม่เป็นที่น่าสนใจ
4. ยืดเยื้อ วกไป วนมา เรียงลำดับ ขั้นตอนการนำเสนอไม่ได้
5. ขาดความต่อเนื่อง การนำเสนอไม่ไหลลื่น ทำให้ผู้เข้าสัมมนาอึดอัด
6. ขาดส่วนร่วมในการนำเสนอ ไม่สามารถทำให้ผู้เข้าสัมมนามีส่วนร่วมได้
  • “คุณสมบัติ 12 ประการ จะเชี่ยวชาญอยู่ที่การฝึกฝน”
การเป็นวิทยากรที่หมายถึงคือ ครูผู้สอน , ผู้ทำให้เกิดความรู้, ผู้ฝึก พี่เลี้ยงและ ผู้บรรยายนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความรู้และมีการฝึกฝนที่มากพอ ยิ่งมีประสบการณ์ในการพูดหน้าเวทีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญประการแรกก่อนจะฝึกฝนการเป็นวิทยากรต้องมาดูกันก่อนว่าเรามี คุณสมบัติของการเป็นวิทยากร ครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามี มีกี่ข้อ ถ้าไม่มีเราก็เพิ่มเติมได้ เรามาดูกันว่าคุณสมบัติของวิทยากรนั้น มีอะไร? บ้าง

คุณสมบัติที่วิทยากรพึงมีคือ...

  1. ใจต้องมาก่อน คนเราถ้ามีใจอะไรๆ มันก็ง่าย เพราะใจมันรัก อยากที่จะทำ อยากที่จะเป็น เจออุปสรรคปัญหาก็ฟันฝ่าไปได้ แต่ถ้าใจไม่รักทำอะไรก็ไม่มีแววที่จะประสบความสำเร็จเพราะไม่มีใจ ดังนั้นประการแรกท่านต้องมีใจรักการเป็นวิทยากรเสียก่อน
  2. ต้องมีความรู้จริงในเรื่องที่จะถ่ายทอดอย่างชัดเจน การเป็นวิทยากร เป็นนักพูดที่เก่งนั้น ต้องมีความรู้เยอะ มีความรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องที่จะบรรยาย ต้องรู้ชนิดทะลุปรุโปร่ง สามารถเข้าใจเรื่องที่จะถ่ายทอดได้อย่างกระจ่างแจ้งชัดเจน ส่วนความรู้อื่นๆ ก็ต้องมีรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นนิทาน เรื่องตลกขำขัน ความรู้รอบตัวอื่นๆ อีกมากมาย การเป็นคนรักการเรียนรู้จะสามารถทำให้เราเป็นวิทยากรที่เก่ง มีค่าตัวแพงๆได้ เพราะวิทยากรคือผู้ถ่ายทอดให้ความรู้ จึงมีคำกล่าวที่ว่า “ อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ 1 เล่ม ย่นย่อระยะเวลาของประวัติศาสตร์นับ 100 ปี ฟังวิทยากรบรรยาย 1 ท่าน ย่นย่อระยะเวลาการอ่านหนังสือนับ 100 เล่ม
  3. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความคิดของคนเรามี 2 ด้าน ด้านหนึ่งบวก อีกด้านหนึ่งลบ การคิดลบ ทำให้จิตใจหดหู่ ห่อเหี่ยว หมดความหวัง หมดกำลังใจ การคิดบวกก่อให้เกิดความหวัง พลังใจ มีแรงที่จะต่อสู้ปัญหาอุปสรรค มีความคิดสร้างสรรค์ คิดสิ่งแปลกๆ สิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการฝึกฝนเป็นวิทยากรในข้อนี้ก็คือการคิดบวก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพราะจะทำให้เรามีอะไร แปลกๆใหม่ๆ ตลอดเวลา เวลาถ่ายทอดให้ความรู้ ก็จะเป็นความรู้ที่ดีๆ ความรู้ที่สร้างสรรค์ ผู้เข้าสัมมนาก็จะได้แนวความคิดจากการฟังบรรยาย นำไปปฏิบัติให้เกิด ประโยชน์ ทำให้ผู้ที่เป็นวิทยากรได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการ ฝึกฝนเกี่ยวกับความคิด สร้างสรรค์ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่วิทยากรพึงมี
  4. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี การเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง ทำให้มีเสน่ห์ มีแต่คนอยากเข้าใกล้ เป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่ควรมี สำหรับการเป็น วิทยากร รอยยิ้มของวิทยากร จะทำให้ผู้เข้าสัมมนา ฟังอย่างตั้งใจ คงไม่มีใคร อยากฟังวิทยากรหน้าบึ้ง หรือหน้าบอกบุญไม่รับ ฝึกยิ้มเสียแต่วันนี้เพื่อเป็นวิทยากรที่ดีในวันหน้า
  5. ช่างสังเกตุ การพูด การถ่ายทอดเนื้อหาสาระ ต้องหมั่นสังเกตผู้ฟังรู้สึกเช่นไร? การเรียนรู้ภาษากาย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า ผู้ฟังตอบรับการพูดของวิทยากรได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นคุณสมบัติข้อนี้คือต้องฝึกเป็นคนช่างสังเกตุ
  6. มีไหวพริบปฏิภาณ แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเก่ง คุณสมบัติข้อนี้ขาดไม่ได้ ใครไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ฝึกฝนได้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบางครั้งเกินความคาดหมาย การมีไหวพริบปฏิภาณคิดไวทำไว แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ เป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งของวิทยากรที่ต้องฝึกฝน
  7. มีความเชื่อมั่นในตนเอง วิทยากรเป็นยิ่งกว่าผู้นำ ผู้นำนำคนอื่นได้ แต่ผู้นำอาจจะไม่ใช่วิทยากรผู้นำมีความเชื่อมั่น วิทยากรจึงต้องมีความเชื่อมั่นมากกว่า หากไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีความมั่นใจในเรื่องที่บรรยายในเรื่องที่ถ่ายทอด แล้วใครจะเชื่อ ความเชื่อมั่นจะแสดงออกมาทางน้ำเสียง สีหน้า แววตา ข้อมูล คำพูด ท่าทาง บุคลิกภาพ การพูดที่มีหลักการ การพูดที่มีน้ำเสียงทรงพลังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่ควรมีการฝึกฝน
  8. มีการวางแผนที่ดี นักพูดที่ดี วิทยากรที่ดีต้องมีคุณสมบัติเรื่องการวางแผน การวางแผนการพูดให้ไปตามลำดับขั้นตอน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการถ่ายทอด เพราะจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจน การขาดการวางแผน จะทำให้การพูด วกไปวนมา กระโดดไปกระโดดมาเหมือนกระรอกกระแตตามต้นไม้ ทำให้เกิดการล้มเหลวในการพูด ไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นวิทยากร ดังนั้นการวางแผนเป็นคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่ควรมีการฝึกฝน
  9. มีความจริงใจตั้งใจให้ความรู้ คุณสมบัติข้อนี้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ความจริงใจตั้งใจมากน้อยแค่ไหนสัมผัสได้ไม่ยาก ระหว่างวิทยากรกับผู้ฟังการสัมมนา
  10. มีลีลาแบบฉบับเป็นของตัวเอง เวลาทำอาหารอาจจะได้ยินคำพูดที่ว่า “สูตรใครก็สูตรใครซิ” มีความหมายชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ลีลาแบบฉบับของนักพูด หรือวิทยากรที่เป็นตัวของตัวเองจะทำให้ ผู้ฟังจำได้แม่นยำ โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นต้องหาลีลาแบบฉบับที่เป็นตัวของตัวเราเองลองค้นหาซิว่าตัวเรามีลีลาแบบฉบับเป็นแบบไหน
  11. ทำให้ผู้เข้าสัมมนามีส่วนร่วมในการบรรยาย การพูดคือการสื่อสารระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง แต่การบรรยายคือการพูดสื่อสารระหว่างวิทยากรกับผู้เข้าสัมมนา หากวิทยากรพูดไป ผู้ฟังก็เงียบ นานเข้าบรรยากาศก็จะกร่อยสุดท้ายคนก็จะหายหมดทั้งห้อง ดังนั้นการสร้างบรรยากาศให้ผู้ฟังหรือ ผู้เข้าสัมมนามีส่วนร่วม เป็นคุณสมบัติข้อสำคัญที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก เพราะการทำให้ผู้เข้าสัมมนามีส่วนร่วมเป็นจุดแจ้งเกิดของวิทยากรมืออาชีพ
  12. บุคลิกภาพการแต่งกายโดดเด่น ดูดีมีสง่า วางตัวเหมาะสมเป็นวิทยากร การแต่งกายที่เหมาะสม บุคลิกภาพดูดี โดดเด่น เป็นที่เคารพเลื่อมใสต่อผู้พบเห็นไม่ว่าจะเป็นบนเวทีหรืออยู่ข้างล่างเวที นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นคุณสมบัติข้อนี้ก็ต้องฝึกฝนเช่นกัน ตัวอย่างเช่น
  • เราก็ได้รู้แล้วว่าการเป็นวิทยากรมืออาชีพนั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? แล้วเรามีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 12 ประการหรือไม่ ครบหรือไม่ครบเราไม่ต้องไปกังวล เพราะทุกสิ่งทุกอย่างฝึกฝนได้ ขอเพียงมีความตั้งใจ มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ ขยันหมั่นเพียร หมั่นฝึกฝน เราก็ประสบความสำเร็จเป็นวิทยากรมืออาชีพได้ไม่ยาก สวัสดีครับ

กิจกรรมการเรียนรู้ ในห้องแห่งการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาผู้ฝึกสอน นั้น ได้จัดกิจกรรมให้ผู้ที่นั่งฟังในห้องแห่งการเรียนรู้ ได้มาทดสอบเป็นผู้ฝึกสอน โดยให้ผู้เข้าร่วมอมรมได้สวมบทบาทสมมุติ (Play role) ในสถานการ์ณต่างๆ เช่น พูดเก่งแต่พูดในเรื่องที่ไม่ชำนาญก็จะส่งผลให้พูดได้ไม่ค่อยดีนัก หรือ พูดไม่เก่งแต่พูดในเรื่องที่ตัวเองเข้าใจก็จะช่วยให้พูดได้ดียี่งขึ้น หรือ พูดไม่เก่งเลยไม่เข้าใจเนื้อหาที่พูดเลย ก็จะทำไห้การพูดนั้นเลวร้ายสุดๆๆๆ

รับข้อมูลจาก "http://www.ssmwiki.org/index.php/Traing_of_Trainer"
เครื่องมือส่วนตัว