SMEs กับไข้หวัด 2009

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

SMEs กับผลกระทบจากไข้หวัด 2009

บทความจาก ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย ประจำวันที่ 8/6/2552

  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009”ยังคงเป็นปัจจัยความเสี่ยงทางด้านสาธารณสุขของโลก ที่อยู่นอกเหนือการคาดหมาย สำหรับประเทศไทยแม้ว่าจะเข้าไปอยู่ในรายชื่อลำดับที่ 31 ของประเทศที่มีการตรวจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ไม่พบการแพร่ระบาด และหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องก็มีการควบคุมอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในหลายประเทศ นับว่าเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติม นอกเหนือจากหลากหลายปัจจัยลบที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเผชิญอยู่ โดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ และความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีบางรายในไทยมีผลประกอบการย่ำแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และธุรกิจที่อิงกับผู้ใช้บริการที่เป็นชาวต่างประเทศ เช่น ธุรกิจศัลยกรรมความงาม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจเอสเอ็มอีบางธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
  • องค์การอนามัยโลกระบุว่าในวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 มีผู้ติดเชื้อ 13,398 รายใน 46 ประเทศ และมีผู้เสียชีวิต 95 คน (ณ.วันที่ 5/06/2009 เพิ่มเป็น 103 คนแล้ว)หลังจากพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 รายในเม็กซิโก ขณะเดียวกันก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีก 444 รายในช่วงหนึ่งวันที่ผ่านมา ในจำนวน 444 รายนั้น มีถึง 367 รายที่เกิดขึ้นในเม็กซิโก ทำให้ยอดรวมถึงผู้ติดเชื้อในประเทศที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์2009 แห่งนี้ เพิ่มเป็น4,541 รายแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆที่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือออสเตรเลีย ที่เพิ่มขึ้นวันเดียว 20 ราย ทำให้ยอดรวมเป็น 39 คน ขณะที่อาร์เจนตินา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 14 คนและยอดรวมอยู่ที่ 19 ราย นอกจากนี้ บาห์เรนและสิงคโปร์ เป็น 2 ชาติล่าสุดที่รายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัส เอช1เอ็น1 รายแรกของประเทศ
  • องค์การอนามัยโลกกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็นระดับสูงสุด(ระดับ 6) ซึ่งหมายความว่ามีการระบาดใหญ่ทั่วโลก ทั้งนี้จากการระบาดต่อเนื่อง ทำให้องค์การอนามัยโลกขอให้คณะนักวิทยาศาสตร์ช่วยสร้างความชัดเจนของหลักเกณฑ์ที่จำเป็นในการประกาศยกระดับเตือนภัยดังกล่าว ท่ามกลางความวิตกว่าการตอบสนองขององค์การอนามัยโลกจะก่อให้เกิดความตื่นกลัว และความวุ่นวายเกินจำเป็นไปทั่วโลก

“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในหลากหลายธุรกิจ ดังนี้

  • ธุรกิจท่องเที่ยว คาดว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นปัจจัยซ้ำเติมธุรกิจท่องเที่ยวของไทย หลังจากที่มีหลากหลายปัจจัยลบกดดันธุรกิจท่องเที่ยว โดยจะส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในปี 2552 มีแนวโน้มถดถอยลงจากปี 2551 รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยในปี 2552 จะมีจำนวนประมาณ 11-12 ล้านคน ลดลงร้อยละ 20.0 เมื่อเทียบกับปี 2551 และรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงเหลือเพียง380,000-400,000 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25.0 เมื่อเทียบกับปี 2551 ทั้งนี้อาจจะต้องติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย
    • ดังนั้น ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งปรับตัว นอกเหนือจากการลดแลกแจกแถม และการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษาเงินหมุนเวียนที่มีอยู่ให้ได้นานที่สุด โดยผู้ประกอบการควรเร่งนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวแนวใหม่ๆเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะการปรับแผนการตลาดที่หันมาเน้นคนไทยและกลุ่มคนต่างชาติที่ทำงานในไทยมากขึ้นและสร้างโอกาสในการขยายตลาดโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงาน/ฮันนีมูน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเพื่อการผจญภัย เป็นต้น
    • นอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าให้แก่กิจกรรมในการเดินทาง สถานที่การท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีให้เลือกในรูปแบบที่หลากหลายแล้ว ยังเป็นแนวทางในการนำเสนอสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างกันออกไปได้อย่างเหมาะสมด้วย ขณะเดียวกันยังเป็นทางเลือกใหม่ๆที่น่าจะสามารถกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคในยุคที่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างหันมาเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาได้บ้างพอสมควร
    • นอกจากนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดหลายประเทศทั่วโลกส่งผลกระทบกับตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศในเดือนพฤษภาคม 2552 เนื่องจากคนไทยไม่กล้าเดินทางออกนอกประเทศ เพราะกลัวจะติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเอง และไปแบบหมู่คณะ ยกเลิกการจองแพ็กเกจท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง ยกเลิกการจองแพ็กเกจท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ 80-85 คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 3 การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศน่าจะชะลอลงต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงดังกล่าวไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศน้อยอยู่แล้ว คาดว่าปี 2552 นี้จะน้อยกว่าเดิม โดยคาดว่าจะลดลงอีกประมาณร้อยละ 15 ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต่างหวังว่าในช่วงปลายปีที่คาดการณ์กันว่าสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะบรรเทาลง ซึ่งจะทำให้คนไทยหันมาสนใจไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีการปรับกลยุทธ์โดยการใช้ราคาจูงใจ เช่น เสนอขายแพ็กเกจราคาพิเศษลดถึงร้อยละ 40-45 เป็นต้น
  • ธุรกิจโรงแรม เมื่อธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากหลายหลายปัจจัยลบ รวมทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงธุรกิจโรงแรมด้วย โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในวงกว้างขึ้น ไปยังภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากอเมริกาเหนือ บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต่างปรับลดเป้าอัตราการขยายตัวของรายได้ในปี 2552 ลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 0-8 จากที่ในปี 2551 อัตราการขยายตัวอยู่ในระดับร้อยละ 8-10 ทั้งนี้เนื่องจากการถดถอยของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูง และต้องหันมาขยายตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยชดเชย ด้วยการใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาเป็นหลัก
    • ความหวังของธุรกิจโรงแรม คือ การฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม โดยคาดหวังว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ภายในช่วงต้นไตรมาสที่ 3 ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศกลับมาคึกคักขึ้นมาอีก ส่งผลให้บรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติจากเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทย หันกลับมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
  • ธุรกิจอาหาร ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารทั้งในด้านบวก และด้านลบ กล่าวคือ
    • ธุรกิจสุกรและผลิตภัณฑ์ เมื่อเริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดนั้น ไวรัสตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า "ไวรัสไข้หวัดหมู" เพราะมียีนส์บางตัวเคยพบในหมู ทำให้ผู้บริโภคเนื้อหมูบางส่วนมีความสับสนและความกังวลว่าเมื่อบริโภคเนื้อหมูแล้วจะติดเชื้อร้ายนี้ด้วย ปริมาณการบริโภคเนื้อหมูลดลง และมีการห้ามนำเข้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากประเทศที่พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่หลังจากนั้นองค์การอนามัยโลกก็เปลี่ยนชื่อเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ว่าการบริโภคเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุกรไม่รุนแรงมากเท่ากับที่เคยมีปัญหากับธุรกิจสัตว์ปีกจากปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในปี 2547
    • ธุรกิจปศุสัตว์และประมง เมื่อผู้บริโภคมีความกังวลในการบริโภคเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ประเภทอื่นๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ประมง โดยเฉพาะปลา มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และราคาขยับเพิ่มขึ้น เช่น ผู้บริโภคหันมาซื้อไข่ไก่ไปบริโภคเพิ่มมากขึ้น และทำให้ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มขยับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยขจัดปัญหาไข่ไก่มีปริมาณมากเกินความต้องการ ที่ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ความต้องการบริโภคเนื้อไก่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่มีกระแสข่าวไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในต่างประเทศ ราคาเนื้อไก่ปรับขึ้นประมาณร้อยละ 10
  • สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าอาหารได้อานิสงส์จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มขึ้น เนื่องจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้ผู้บริโภคต่างประเทศอยู่กับบ้านมากขึ้น และลดการออกไปบริโภคอาหารนอกบ้าน โดยพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ สินค้าอาหารประเภทอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง และอาหารกึ่งสำเร็จรูปมียอดส่งออกเพิ่มขึ้น
  • ศัลยกรรมความงาม ลูกค้าที่เข้าใช้บริการศัลยกรรมความงามลดลง เนื่องจากต้องเผชิญกับหลากปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ และความกังวลถึงรายได้ในอนาคต เรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติเดินทางมาไทยน้อยลง โดยลูกค้าที่ใช้บริการหายไปอีกประมาณร้อยละ 30 ในขณะที่ลูกค้าไทยเริ่มชะลอการใช้เงิน แต่ยังมีความต้องการจะใช้บริการศัลยกรรมเสริมความงามอยู่ ดังนั้น กลยุทธ์ราคาจึงเป็นกลยุทธ์ที่บรรดาผู้ประกอบการนำมาใช้เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติที่ใช้บริการศัลยกรรมความงามในไทย มีทั้งเอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ โดยตลาดยุโรปมีสัดส่วนมากที่สุด ลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาใช้บริการศัลยกรรมความงามในไทย นิยมใช้บริการทำศัลยกรรมหน้าอก และใบหน้า เนื่องจากฝีมือการทำศัลยกรรมความงามของไทยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และราคายังถูกกว่าการทำศัลยกรรมในประเทศเกาหลีใต้
  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัย การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ยอดจำหน่ายหน้ากากผ้า และถุงมือยางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก แต่คาดว่ายอดจำหน่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแอลกอฮอล์เจลก็เริ่มเป็นที่รู้จักและนิยมใช้มากขึ้น นอกจากนี้ คำแนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดโอกาสในการรับเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้าประเภทสบู่ และน้ำยาฆ่าเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนคำแนะนำให้รักษาร่างกายให้แข็งแรง ส่งผลให้การเข้าใช้สถานบริการออกกำลังกายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน ที่น่าจะส่งผลให้ยอดจำหน่ายอาหารเสริมสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารเสริมสุขภาพจากผลิตภัณฑ์สมุนไพร
    • ปัจจุบันสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สนับสนุนงบประมาณการวิจัยพืชสมุนไพรทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งได้มีการค้นพบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า คาวตอง หรือพลูคาว เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือของไทย ลักษณะเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา มีกลิ่นค่อนข้างคาวเหมือนคาวปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ รักษาแผล รักษามะเร็ง ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ สมุนไพรดังกล่าวชาวบ้านทางภาคเหนือนิยมนำไปเป็นส่วนผสมของอาหาร แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะมีกลิ่นแรง อย่างไรก็ตาม สมุนไพรดังกล่าวได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการนำสมุนไพรดังกล่าวไปรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคริดสีดวงทวาร โรคติดเชื้อ เป็นต้น การสนับสนุนพืชสมุนไพรดังกล่าวเพื่อพัฒนาสมุนไพรไทย ที่มีคุณสมบัติในการรักษาโรคให้เป็นยาที่ได้รับการยอมรับ เชื่อว่าจะสามารถต้านเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเชื้อเอชไอวี โดยอาจต้องใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ฟ้าทะลายโจร มีคุณสมบัติเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการผลิตยาสมุนไพรของไทยในอนาคต
เครื่องมือส่วนตัว