PSCM

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
โครงการพัฒนาระบบบริหารเครือข่ายโซ่อุปทาน และ Logistic อุตสาหกรรม

แปรรูปสินค้าเกษตรตามระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร งบประมาณปี 2549 จำนวน 5,670,000.-บาท( ศภ. 2 จำนวน 4.91 ล้านบาท / สวพ. 2 จำนวน 0.76 ล้านบาท)


เนื้อหา

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นหน่วยงานหลักภาครัฐในการเป็นแกนนำด้านการพัฒนาระบบการจัดการโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหารพร้อมปรุง/พร้อมบริโภค ในเขตพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มที่ 1 ที่สามารถสร้างผู้ประกอบการให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นผู้ชำนาญในการผลิตและการกระจายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป พร้อมปรุง/พร้อมบริโภคอย่างแท้จริง
  2. เพื่อเป็นแกนกลางในการจัดฝึกอบรม การถ่ายทอดความรู้ และให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกด้านการจัดการโซ่อุปทาน และระบบต่อเนื่อง เช่น ระบบการจัดการผลิตพืชตามมาตรฐานคุณภาพ GAP ระบบการกระจายสินค้า ระบบ Logistics และระบบมาตรฐานต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับคู่ค้า เช่น มาตรฐาน มอก., มกอช., ISO, HACCP, GMP และ HALAL
  3. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการให้บริการและวางระบบการตลาดตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งการตรวจสอบ ป้องกัน และให้ความรู้แก่ร้านค้าเคมีเกษตร มิให้จำหน่ายสินค้าต้องห้าม และการจัดระเบียบการจัดเก็บสินค้าให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  4. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบบรมและบริการข้อมูลสารสนเทศระบบการจัดการโซ่อุปทานอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเรียนรู้การนำระบบสารสนเทศที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ

วิธีการดำเนินงาน

  1. จัดจ้างที่ปรึกษาภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 เพื่อดำเนินการดังนี้
    1. กิจกรรมการจัดจ้างที่ปรึกษา
      1. การถ่ายทอดความรู้ด้านเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องการผลิตพืช GAP และการเชื่อมโยงระบบโซ่อุปทานอาหารให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการร้านค้าวัสดุเกษตร ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูป สถาบันการศึกษา องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานให้บริการภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
      2. ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการปรับปรุงระบบการผลิตและระบบประกันคุณภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนให้การผลิตพืชของเกษตรกร และระบบการผลิตของผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปได้รับการตรวจรับรองตามมาตรฐานการผลิตพืชปลอดภัย และมาตรฐานโรงงานตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลที่ประเทศคู่ค้าต้องการ เช่น GAP GHP GMP HACCP และ ISO
      3. การสร้างระบบการจัดการและการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ของพืชไม่น้อยกว่า 3 ชนิด จากพืชหลักของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่ม 1 เช่น ข้าว พริก ขิง สับปะรด มะม่วง และ กล้วย หรือพืชอื่นที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมกับการสร้างระบบการจัดการโซ่อุปทาน โดยสร้างระบบการจัดการโซ่อุปทานตั้งแต่ในระดับฟาร์มถึงคู่ค้า และระบบการสอบกลับ เพื่อให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตรวมของระบบ และ การสร้างระบบ Logistics โดยที่ปรึกษาจะต้องสร้างระบบการจัดการและการเชื่อมโยงดังกล่าว พร้อมทั้งการถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิดกับผู้เกี่ยวข้องข้องในโซ่อุปทาน และการเสริมสร้างประสบการณ์ด้วยการศึกษาดูงานภายในประเทศ
      4. จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญวางระบบฐานข้อมูลสารสนเทศโซ่อุปทาน และ Logistics เพื่อให้การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารภายในโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพ
    2. กิจกรรมที่ดำเนินการเอง
      1. สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโซ่อุปทาน ได้แก่ เกษตรกร ผู้ค้าวัสดุเกษตร ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม องค์กรเอกชน สถาบันศึกษา และหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ เพื่อร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายการจัดการโซ่อุปทานสินค้าเกษตรแปรรูปในพืชหลักอย่างน้อย 3 ชนิดจากพืชหลักของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างกลุ่ม 1 เช่น ข้าว พริก ขิง สับปะรด มะม่วง และ กล้วย หรือพืชอื่นที่มีศักยภาพ โดยสนับสนุนให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้ระบบการจัดการโซ่อุปทานและระบบสารสนเทศที่ที่ปรึกษาได้พัฒนาขึ้นในหัวข้อ 1.1.3 และ 1.1.4
      2. การฝึกอบรมสัมมนาและศึกษาดูงานให้กับกลุ่มเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบและเกิดความเข้าใจเรื่อง การจัดการโซ่อุปทานและ Logistics อย่างแท้จริง สามารถบริหารจัดการในการนำระบบการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics ที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในทางปฏิบัติต่อไปได้
      3. การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเครือข่ายการจัดการโซ่อุปทาน และ Logistics พืชโดยเป็นผู้ประสานภาคธุรกิจเอกชน เกษตรกร และหน่วยงานสนับสนุนภาครัฐ เพื่อถ่ายทอดความรู้และติดตามให้คำปรึกษาแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายที่เป็นรูปธรรมและสามารถบริหารจัดการโซ่อุปทานที่จะเกิดขึ้น ให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
      4. จัดจ้างลูกจ้างชั่วคราว 2 อัตรา เพื่อช่วยเหลือในการประสานงาน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือการปฏิบัติงานของกลุ่มเครือข่าย และเป็นพี่เลี้ยงเกษตรกรในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อาหารปลอดภัย (GAP)
  2. สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 หน้าที่รับผิดชอบดำเนินการ ดังนี้
    1. การถ่ายทอดความรู้ด้วยการฝึกบรม เรื่อง การผลิตพืช GAP ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการผลิตพืช GAP ตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง
    2. การถ่ายทอดความรู้ด้วยการอบรมผู้ประกอบการจำหน่ายวัสดุการเกษตร เพื่อให้เข้าใจถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจำหน่าย และการจัดเก็บสารต้องห้ามและวัตถุอันตราย
    3. การให้คำปรึกษาแนะนำเรื่อง การปรับปรุงระบบการผลิตและคุณภาพการผลิตพืช GAP ตามหลักเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร โดยการให้บริการตามขั้นตอนการออกใบรับรองเครื่องหมายมาตรฐานพืชปลอดภัย ตั้งแต่การตรวจรับรองฟาร์ม จดทะเบียนแปลง ตรวจรับรองแปลง ตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง ตรวจติดตามแปลง GAP และออกใบรับรองเครื่องหมาย Q
    4. การให้คำปรึกษาการสร้างระบบการจัดการและเชื่อมโยงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) โดยการตรวจร้านค้าและให้คำปรึกษาแก่ร้านจำหน่ายวัสดุการเกษตร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้บริการแก่เกษตรกรที่ดำเนินการผลิตพืช GAP

ขั้นตอนดำเนินงาน

  1. ดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อปฏิบัติงาน 4 กิจกรรม ตามหัวข้อ 2.1.1.1-2.1.1.4 ในหัวข้อวิธีการดำเนินงาน ดังนี้
  2. จัดตั้งเครือข่ายการจัดการภาคเอกชนและหน่วยงานให้บริการ โดยการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติงานและศึกษาดูงาน ให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อสร้างความตระหนักและให้เห็นความสำคัญของกระบวนการจัดการ Logistics เชิงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตอาหารปลอดภัยและบรรลุเป้าหมายครัวของโลก
  3. เสริมสร้างความรู้ให้แก่เกษตรและองค์กรเกษตรกรในเรื่องการผลิตพืช GAP ระบบการสอบกลับ (Tractability) และ Logistics เชิงโซ่อุปทาน
  4. ส่งเสริมสถาบันการศึกษาให้การสนับสนุนนักศึกษาปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การผลิตพืช GAP
  5. สนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูป เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดำเนินการปรับปรุงระบบการผลิต คุณภาพการผลิต และผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดอาหารปลอดภัย และ/หรือ มาตรฐานที่คู่ค้ากำหนด เช่น GAP, GHP, GMP, HACCP, ISO และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  6. ส่งเสริมให้ร้านค้าวัสดุการเกษตรเข้าใจถึงการห้ามจำหน่ายวัสดุการเกษตรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การเก็บรักษาวัตถุอันตรายเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนวัสดุการเกษตรที่ใช้กับการผลิตพืช GAP
  7. ติดตามและให้บริการแนะนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้โครงการบรรลุความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่กำหนด
  8. การสร้างผู้ประสานงานเครือข่ายตลอดโซ่อุปทาน เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกิดระบบการจัดการโซ่อุปทานและ Logistics การผลิตพืชที่มีศักยภาพในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 3 ชนิด ซึ่งจะช่วยให้เกิดแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยตั้งแต่ฟาร์มถึงร้านค้าปลีก ที่สามารถแข่งขันได้
  2. เกิดระบบสารสนเทศ Logistics เชิงโซ่อุปทาน ช่วยให้การส่งมอบถูกต้องตามความต้องการและต้นทุนต่ำ
  3. เกษตรกรมีความเข้าใจถึงการผลิตพืช GAP และเห็นความสำคัญในการสร้างระบบการสอบกลับ และการจัดการ Logistics เชิงโซ่อุปทาน ที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลิดโซ่อุปทาน
  4. ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมตลอดโซ่อุปทาน มีการปรับปรุงระบบการผลิตที่คำนึงถึงคุณภาพ โดยให้ความสำคัญต่อระบบการประกันคุณภาพ และส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดโซ่อุปทานมีการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
รับข้อมูลจาก "http://www.ssmwiki.org/index.php/PSCM"
เครื่องมือส่วนตัว