|
คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารสถานประกอบการ
ผู้ประกอบการ/ผู้บริหารระดับสูงสถานประกอบการ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ สำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกสถานประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ผู้จัดการโครงการและเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ คณะกรรมการกำกับการทำงานที่ปรึกษา ผู้จัดการทีมที่ปรึกษาเชิงลึก 3 แผนงาน ในส่วนกลางและศูนย์ฯภาค ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกสถานประกอบการ ดังนี้
1. เป็นผู้มีความรู้ดี มีทัศนคติและความเข้าใจในรูปแบบ/แนวคิด ด้านการ บริหารจัดการองค์กรยุคใหม่
2. มีความมุ่งมั่นตั้งใจในหลักการ แนวคิดของโครงการ และตั้งใจที่จะพัฒนาองค์กรให้ตรงตามเป้าประสงค์ของโครงการ
3. มีภาวะผู้นำ (Leadership) และมีทัศนคติเชิงบวก และพร้อมทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Management) องค์กร/ระบบการทำงานในองค์กร
4. ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรรมสำคัญด้วยตนเองตามที่โครงการกำหนด
5. รู้ประเด็นปัญหาของสถานประกอบการ/บุคลากรอย่างชัดเจน และพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุง และสร้างระบบการบริหารจัดการองค์กร เพื่อความอยู่รอดตามเป้าประสงค์ของการเข้าร่วมโครงการ
6. ยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาขององค์กร และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดวิธีการ/แนวทาง และขอบเขตการให้คำปรึกษาแนะนำ
7. ควรมีประสบการณ์การใช้ที่ปรึกษา/รู้วิธีการใช้ที่ปรึกษา
8. ให้การสนับสนุนแต่งตั้งคณะทำงาน/บุคลากร และมีการมอบหมายความรับผิดชอบ/อำนาจ การทำงานและการบริหารงานให้แก่บุคลากรในระดับกลาง ระดับล่าง และระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ใน การปฏิบัติงานร่วมกับทีมที่ปรึกษา รวมถึงสนับสนุนปัจจัยเพื่อการพัฒนาองค์กรตามความจำเป็น
9. ให้การร่วมมือในการกำกับ ติดตาม การทำงานของทีมผู้บริหารระดับกลาง/ระดับล่าง และระดับปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆอย่างรวดเร็ว ทันการณ์ เพื่อให้งานบรรลุเป้าประสงค์ของการเข้าร่วมโครงการ
คุณสมบัติและหน้าที่ของที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกและเจ้าหน้าที่ประสานงานที่ปรึกษา
ในการดำเนินโครงการให้ได้ผลสัมฤทธิ์ครบตามตัวชี้วัดในทุกด้านนั้นทีม ที่ปรึกษานับเป็นปัจจัยสำคัญรองจากผู้ประกอบการ ทีมที่ปรึกษาในที่นี้ประกอบด้วย ทีมนักวินิจฉัยสถานประกอบการ ทีมที่ปรึกษาที่เป็นผู้จัดการแผนงาน ทีมที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางใน 3 แผนงาน และเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานการทำงานของทีมที่ปรึกษา โครงการจึงได้กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณสมบัติที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติงานของทีมที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยความรู้ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ จริยธรรม จรรยาบรรณ คุณธรรมและความมีวินัยในการปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกทีมที่ปรึกษาดังนี้
1. หัวหน้าทีมที่ปรึกษา จะต้องมีความรู้ทักษะและประสบการณ์ตรงกับแผนงานที่รับงาน และมีความเข้าใจในแนวคิดหลักการ วิธีการดำเนินงาน เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ MDICP 3 แผนเป็นอย่างดี (มีผลการปฏิบัติโครงการ และผลสัมฤทธิ์ตรงตามเป้าประสงค์การดำเนินงานของโครงการในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ)
2. ทีมที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกเฉพาะทางในสังกัดต้องมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญงานอาชีพตรงตามแผนงาน ทั้งในภาควิชาการและภาคปฏิบัติการ สามารถให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นแม่แบบในการปฏิบัติงานได้จริงจนเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการ (มีผลงานเป็นที่ประจักษ์)
3. มีจำนวนทีมที่ปรึกษาที่มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ตรงตามแผนงานที่รับงานอย่างเพียงพอ และสามารถจัดสรรที่ปรึกษาได้ตรงตามสภาพปัญหา/ความต้องการพัฒนาสถานประกอบการ
4. มีทักษะอย่างดีด้านการสื่อสารและการประสานงาน สามารถสื่อสารกับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ตรงตามขอบเขตงานและเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ของโครงการ มีเทคนิควิธีการในการเจรจาต่อรอง และสามารถบริหารความขัดแย้งในระหว่างปฏิบัติงานได้
5. มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติงาน มีวินัยตรงต่อเวลา และสามารถเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ตรงตามแผนปฏิบัติงาน(Action Plan) ครอบคลุมตามจำนวนวัน/ชั่วโมงการทำงานที่รับงาน
6. ผู้จัดการแผนงานต้องเข้าตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ(First Visit) และสามารถชี้แนะประเด็นปัญหาและกำหนดกรอบงานการให้คำปรึกษาแนะนำ /วิธีการทำงานภายใต้แผนงานที่รับผิดชอบให้ผู้ประกอบการได้รับทราบก่อนส่งทีมที่ปรึกษาเชิงลึกเฉพาะทาง เข้าให้คำปรึกษาแนะนำต่อผู้บริหารสถานประกอบการ
7. มีการจัดวางระบบการสื่อสาร การประสานงานที่ดี และการกำหนดตัวเจ้าหน้าที่ประสานงานที่ชัดเจน ระหว่างสถานประกอบการกับผู้จัดการแผนงาน ทีมที่ปรึกษาเชิงลึกเฉพาะทาง ผู้บริหารโครงการ คณะกรรมการกำกับการทำงานของที่ปรึกษาในส่วนของกรมทั้งในพื้นที่ ที่สะดวก รวดเร็ว และทันเหตุการณ์
8. คุณสมบัติ บทบาทหน้าที่พื้นฐานของเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ สามารถสรุปได้ดังนี้
- 8.1 ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด วิธีการดำเนินงาน เป้าหมายของโครงการ 3 แผน และเข้าใจในโครงสร้างการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคการผลิต
- 8.2 มีทักษะประสบการณ์ในการสื่อสาร การประสานงาน สามารถสร้างความเข้าใจให้แก่กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับโครงการฯได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 8.3 มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน สามารถจัดวางระบบการติดตามงานได้อย่างครบถ้วน สะดวกรวดเร็ว ทันเหตุการณ์
- 8.4 มีเหตุผล และมีความเป็นกลางใส่ใจในทุกประเด็นปัญหา และมุ่งแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
- 8.5 มีมนุษย์สัมพันธ์ มีวินัย มีจริยธรรม และจรรยาบรรณ ในการปฏิบัติงาน
โครงสร้างการบริหารโครงการ และระบบการกำกับ ติดตามงานของหน่วยบริหารโครงการ
ในการบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้จัดการโครงการ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ คณะกรรมการกำกับการทำงานของที่ปรึกษา ต้องมีองค์ความรู้ทักษะและประสบการณ์ในงานบริการปรึกษาแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารงานโครงการ การสื่อสารประสานงาน การกำกับ ติดตามการทำงานของทั้งที่ปรึกษาที่เป็นผู้จัดการแผนงาน ทีมที่ปรึกษาแนะนำเฉพาะทาง ทีมนักวินิจฉัยอาชีพ และผู้ประกอบการ/ผู้บริหารสถานประกอบการ สามารถให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง และพัฒนาการทำงานของทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงได้กำหนดคุณสมบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้จัดการโครงการ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ และคณะกรรมการกำกับการทำงานของที่ปรึกษา ตลอดจนการพัฒนาระบบการบริหารโครงการเพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและศูนย์ฯภาคดังนี้
- คุณสมบัติ ผู้จัดการโครงการและเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ
- 1. ต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจอุตสาหกรรมในแต่ละประเภทเป็นอย่างดี มีทักษะ ประสบการณ์ในสภาพปัญหาพื้นฐานของสถานประกอบการ ตลอดจนพื้นฐานการแก้ไขปัญหาการประกอบการต่างๆ
- 2. ต้องเข้าใจในหลักการ แนวคิด วิธีการดำเนินงาน เป้าหมายผลสัมฤทธิ์ของโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการ MDICP 3 แผน)
- 3. มีทักษะ ประสบการณ์ มีความสามารถในการสื่อสารประสานงานระหว่างสถานประกอบการกับทีมที่ปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันเวลา
- 4. มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานและมุ่งผลสัมฤทธิ์ในงาน มีการติดตามงานและมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)
- 5. มีเหตุผลและมีความเป็นกลางใส่ใจในทุกประเด็นปัญหา และมุ่งแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
- 6. มีมนุษย์สัมพันธ์ มีวินัย จริยธรรม และจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานและ การรักษาความลับของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ
- คุณสมบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับการทำงานของที่ปรึกษา
- 1. คณะกรรมการกำกับการทำงานที่ปรึกษาควรเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ มีองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างดี สามารถวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดขอบเขตการทำงาน การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคระหว่างทีมที่ปรึกษา และผู้ประกอบการในระหว่างการเข้าร่วมโครงการ
- 2. องค์ประกอบของคณะกรรมการควรมีผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้านใน 3 แผนงาน
- 3. มีความเข้าใจหลักการแนวคิด ขั้นตอนการปฏิบัติงานและเป้าประสงค์ผลสำเร็จของโครงการอย่างดี
- 4. มีทักษะในการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และสามารถบริหารความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการและที่ปรึกษาได้อย่างเป็นธรรม รวดเร็วและทันเหตุการณ์
- 5. มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มีเวลาเพียงพอเพื่อการทำงานภายใต้กรอบเวลาของโครงการ
- 6. สามารถปฏิบัติงานภาคสนามในการติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคของผู้ประกอบการได้
|