|
โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการ MDICP 3 แผน)
ภาพรวมของโครงการ
จากหลักการแนวคิดโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการMDICP 3 แผน) มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาภายใต้กิจกรรม กระบวนการ และขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงระบบงาน/ ระบบบริหารจัดการ สามารถนำพาองค์กรให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน สามารถประยุกต์ใช้ องค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับหลังการเข้าร่วมโครงการ ดังนั้นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องดำเนินกิจกรรมต่างๆด้วยตนเองร่วมกับบุคลากรในองค์กร โดยมีที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นพี่เลี้ยงในการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานให้ประสบผลสัมฤทธิ์ตามเป้าประสงค์ของโครงการ และมีบุคลากรของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการประสานงาน การกำกับติดตามการปฏิบัติงานของทั้งที่ปรึกษาและผู้ประกอบการ ดังนั้นการกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานของที่ปรึกษา และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนการจัดวางระบบ และมาตรฐานและคู่มือการทำงาน จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ และจากการประเมินผลการปฏิบัติงานจากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แบบสอบถาม และประสบการณ์การกำกับติดตามงาน สามารถกำหนดคุณสมบัติของปัจจัยผลสัมฤทธิ์ของโครงการได้ดังนี้
ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการ MDICP 3 แผน)
จากการศึกษาสภาพปัญหาในการดำเนินงานโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการ MDICP 3 แผน) ในกลุ่มผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับกลางของสถานประกอบการ ที่ปรึกษาเชิงลึกระดับผู้จัดการแผนงาน ทีมที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีมนักวินิจฉัย รวมถึงส่วนของผู้รับผิดชอบโครงการ อาทิ ผู้จัดการโครงการฯ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ และคณะกรรมการกำกับการทำงานของที่ปรึกษา สามารถสรุปองค์ประกอบของปัจจัยผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการฯ ได้ดังนี้
1. ผู้ประกอบการต้องมีความตั้งใจจริง มีทัศนคติที่ดีพร้อมรับการพัฒนา และต้องมีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กรและบุคลากร ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการทำงานของที่ปรึกษา โดยการจัดตั้งทีมบุคลากรเพื่อรับผิดชอบการทำงานในทุกแผนงาน การจัดโครงสร้างองค์กร(คณะกรรมการ , คณะทำงาน) เพื่อรองรับการทำงานของที่ปรึกษาการร่วมกำกับ ติดตามการทำงานของทีมบุคลากรในองค์กร และทีมที่ปรึกษาแนะนำเชิงลึกเฉพาะทาง
2. ที่ปรึกษาเฉพาะทางต้องมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สามารถประยุกต์ใช้หลักวิชาการในการให้บริการได้ตรงตามสภาพปัญหาของสถานประกอบการ และมีความตั้งใจจริงในการปฏิบัติงาน ตรงต่อเวลา มีวินัย จริยธรรมและจรรยาบรรณ สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้ผู้ประกอบการ มีโครงสร้างการทำงานและจัดวางระบบการสื่อสารประสานงาน การกำกับติดตามการให้บริการงานปรึกษาแนะนำ ความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจน มีการแต่งตั้งบุคลากรที่ทำหน้าที่ประสานการทำงานอย่างชัดเจน
3. ผู้จัดการโครงการ คณะกรรมการกำกับการทำงานที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ ทั้งในส่วนกลางและศูนย์ฯภาค จะต้องมีความรู้อย่างดีในโครงสร้างพื้นฐานการทำงานของภาคธุรกิจ ทั้งในด้านการผลิต การบัญชี และการตลาด สามารถทำหน้าที่พี่เลี้ยงผู้ประกอบการในการใช้บริการที่ปรึกษา สามารถร่วมสรุปประเด็นปัญหาเพื่อกำหนดความต้องการการใช้บริการปรึกษาแนะนำ และสามารถกำกับการทำงานของที่ปรึกษาให้ปฏิบัติงานได้ถูกทิศทางตรงประเด็นปัญหาของผู้ประกอบการ
4. มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานให้มีความยืดหยุ่นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ และสามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายงานจากทีมที่ปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งปัญหาอุปสรรคพื้นฐานเกิดจากผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่มีจุดอ่อนด้านปัจจัยพื้นฐานการประกอบการที่จำเป็นในทุกด้าน โดยเฉพาะ ด้านบัญชี และการตลาด โครงสร้างองค์กรไม่เป็นระบบสากล บุคลากรในระดับปฏิบัติการมีความรู้น้อย/ไม่รู้หนังสือ/แรงงานต่างด้าว
5. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานกลาง ต้องให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ด้วยการจัดปฐมนิเทศการเข้าร่วมโครงการทั้งผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในหลักการ แนวคิดของโครงการ การสร้างระบบ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน มีการกำกับ ติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน ประเมินผลการทำงานอย่างเป็นระบบ ในทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานโครงการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุเป้าประสงค์ตัวชี้วัดทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
|