MDICP ผู้บริหารโครงการ คณะกรรมการกำกับ
จาก SSM Wiki
- คุณสมบัติของคณะกรรมการกำกับ ติดตามงานของที่ปรึกษา
- 1. ประธานคณะกรรมการกำกับการทำงานที่ปรึกษาควรเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 8 มีองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างดี สามารถเป็นผู้นำในการให้ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคระหว่างที่ปรึกษา และผู้ประกอบการในระหว่างโครงการ ในการกำกับ ติดตามงานของที่ปรึกษาของคณะกรรมการ
- 2. องค์ประกอบของคณะกรรมการควรมีผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้านใน 3 แผนงาน
- 3. มีความเข้าใจหลักการแนวคิด ขั้นตอนการปฏิบัติงานและเป้าประสงค์ผลสำเร็จของโครงการอย่างดี
- 4. มีทักษะในการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และสามารถบริหารความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการและที่ปรึกษาได้อย่างเป็นธรรม รวดเร็วและทันเหตุการณ์
- 5. มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน อุทิศเวลาเพื่อการทำงานภายใต้กรอบเวลาของโครงการ
- 6. สามารถปฏิบัติงานภาคสนามในการติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคของ ผู้ประกอบการได้
- สรุปการดำเนินงานในกิจกรรมสำคัญของโครงการ และการเตรียมการปฏิบัติงาน
- กิจกรรมการสัมภาษณ์เพื่อการคัดเลือกสถานประกอบการ'
- เนื่องจากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน (โครงการ MDICP 3 แผน)เป็นโครงการพัฒนาสถานประกอบการทั่วทั้งองค์กรโดยบุคลากรของสถานประกอบการเองตั้งแต่ระดับบริหารจนถึงระดับปฏิบัติการ ดังนั้นผู้บริหารสถานประกอบการจะต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการเป็นผู้นำองค์กรประสานความร่วมมือกับที่ปรึกษาในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรร่วมกันตามระยะเวลาที่ที่ปรึกษา และโครงการกำหนด การสัมภาษณ์จะเป็นการสื่อสาร 2 ทางระหว่างทีมผู้บริหารโครงการ และทีมผู้ประกอบการ ในการชี้แจงรายละเอียดของการเข้าร่วมโครงการ แนวคิด วิธีการปฏิบัติตัวระหว่างเข้าร่วมโครงการ และเป็นการทดสอบคุณสมบัติพึงประสงค์ของผู้ประกอบการจากการสัมภาษณ์พูดคุย การเตรียมตัวในการเข้าร่วมโครงการของสถานประกอบการ เพื่อให้ได้สถานประกอบการที่มีความพร้อมจริง และสามารถทำให้การทำงานสำเร็จผลตามเป้าประสงค์ตัวชี้วัดของโครงการ
- วิธีการดำเนินงาน
- การสัมภาษณ์อาจเชิญที่ปรึกษาที่โครงการเคยเข้ารับงานปรึกษาแนะนำ คณะกรรมการกำกับติดตามงานที่ปรึกษา สัมภาษณ์ร่วมกับทีมงานบริหารโครงการ เพื่อพิจารณาความพร้อมตามคุณสมบัติที่โครงการกำหนด และใบสมัคร แบบฟอร์ม MD 3 F-001
- กิจกรรมการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ
- มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารสถานประกอบการได้ยืนยันวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร ในการให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของโครงการ และให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการทำงานของที่ปรึกษาในการจัดสรรบุคลากรรับผิดชอบงานทั้งในระดับกลางและระดับปฏิบัติการ สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงงาน การกำกับติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานประกอบการ และทีมที่ปรึกษา ตลอดจนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำองค์กรสู่การพัฒนาตามขอบเขตการทำงานของที่ปรึกษาและตัวชี้วัดของสถานประกอบการและของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
- วิธีการดำเนินการ
- จัดกิจกรรมให้มีการลงนามร่วมระหว่างผู้บริหารระดับสูงส่วนกลาง/ผู้อำนวยการศูนย์ฯภาค และผู้บริหารสถานประกอบการหรือผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารองค์กรในแบบฟอร์มเอกสารที่ MD 3 F-002
- การจัดกิจกรรมสัมมนา CEO FORUM
- มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารสถานประกอบการได้รับฟังรายละเอียดกรอบแนวคิดของโครงการ กระบวนการขั้นตอนการทำงาน การเตรียมการเพื่อการวินิจฉัยสถานประกอบการ การจัดทำแผนธุรกิจ และรายละเอียดการทำงานของที่ปรึกษาเชิงลึกในแต่ละแผนงาน ตัวอย่าง ประเด็นปัญหา และแนวทางการแก้ไข เพื่อการเตรียมความพร้อม อาทิ โครงสร้างองค์กร บุคลากรเพื่อรองรับบริการปรึกษาแนะนำ
- วิธีการดำเนินงาน
- เป็นการจัดร่วมกับกิจกรรมการลงนามข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการ(ลงนาม MOU)
- การจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์(กิจกรรม AMT)
- วัตถุประสงค์เป็นการจัดสัมมนาสำหรับผู้บริหารสถานประกอบการที่เป็น Key Person ในการสอดแทรกแนวคิดหลักการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ การรู้จักตนเอง การปรับทัศนคติเพื่อการเปิดรับความคิดเห็นและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาและเป็นการเปิดตัวผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์และการสร้างเป็นเครือข่ายเพื่อการช่วยเหลือกันในระหว่างการเข้าร่วมโครงการ และการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างกันหลังจบโครงการ ปัจจัยความสำเร็จของกิจกรรมวิทยากรต้องมีความรู้ และประสบการณ์ด้านจิตวิทยาอย่างดี
- ระยะเวลาการดำเนินงาน
- หลังกิจกรรมการลงนามข้อตกลง และ CEO FORUM ใช้เวลาในการอบรม 2 คืน 3 วัน
- สถานที่
- โรงแรมในต่างจังหวัดเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เว้นว่างจากภารกิจ และมี เวลาดำเนินกิจกรรมร่วมกัน
- การวินิจฉัยสถานประกอบการ
- มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานะของสถานประกอบการทั่วทั้งองค์กรใน 5 ด้าน คือด้านโครงสร้างองค์กร ด้านบุคลากร (ความรู้ความสามารถ ทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กร) ด้านการผลิต (เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต) ด้านการเงินและบัญชี (ความพร้อมของข้อมูลทางด้านการเงินและบัญชี การปิดงบการเงิน งบกระแสเงินสดและการจัดทำงบประมาณ) และด้านการตลาด (การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง ส่วนแบ่งทางการตลาด และ กลยุทธ์ด้านการตลาด) เพื่อประเมิน จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค ในการประกอบการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการยืนยันปัญหากับผู้บริหารสถานประกอบการในการจัดทำแผนธุรกิจ และการกำหนดขอบเขตงานบริการปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรใน 3 แผนงาน
- วิธีการดำเนินงาน
- จัดจ้างที่ปรึกษานักวินิจฉัยอาชีพ เพื่อดำเนินการวินิจฉัยสถานประกอบการ และควรให้แล้วเสร็จก่อนการจัด Workshop แผนธุรกิจ และการบูรณาการการทำงานครั้งที่ 1 โดยกำหนดให้มีการนำเสนอผลการวินิจฉัยให้ผู้ประกอบการและบุคลากรระดับบริหารของสถานประกอบการ คณะกรรมการกำกับติดตามงานที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ และที่ปรึกษาเชิงลึก ได้รับทราบเพื่อให้ความเห็นในผลการวิเคราะห์และการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาของสถานประกอบการ
- กิจกรรมฝึกอบรมการจัดทำแผนธุรกิจ และ WORKSHOP แผนธุรกิจ
- มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารสถานประกอบการระดับสูง ระดับกลาง และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในองค์กร ได้เรียนรู้และเห็นความสำคัญของการจัดทำแผนธุรกิจหรือแผนกลยุทธ์องค์กร เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยใช้หลักวิชาการบริหารจัดการสมัยใหม่ ผลการวินิจฉัยสถานประกอบการของนักวินิจฉัยอาชีพ ข้อมูลผลการประกอบการจริงของสถานประกอบการ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ทิศทางและเป้าหมายของการดำเนินงาน และนำมากำหนดขอบเขต การทำงานของที่ปรึกษาเชิงลึกในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรในแต่ละแผนงาน ภายใต้การกำกับดูแลของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำแผนธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ และคณะกรรมการกำกับ ติดตามการทำงานของที่ปรึกษาเชิงลึกที่ทำหน้าที่วิพากษ์แผนธุรกิจของผู้ประกอบการ
- วิธีการดำเนินงาน
- จัดจ้างที่ปรึกษาจัดฝึกอบรมความรู้เรื่องการจัดทำแผนธุรกิจให้กับผู้บริหาร และบุคลากรในสถานประกอบการจำนวน 5 วัน และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ(Workshop) แผนธุรกิจ 3 วัน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอแผนธุรกิจให้ที่ปรึกษา คณะกรรมการกำกับติดตามการทำงานที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ เพื่อร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับ ติดตามการทำงานที่ปรึกษาจะต้องมีความรู้ในโครงสร้างการประกอบการของธุรกิจแต่ละประเภท เพื่อการวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรม การวิเคราะห์สถานภาพของสถานประกอบการ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจ การกำหนดแผนเชิงกลยุทธ์( Strategic Plan ) แผนการผลิต แผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด แผนการบัญชีและการเงิน การวิเคราะห์สถานะการเงินของสถานประกอบการ เพื่อให้การวิพากษ์แผนธุรกิจของสถานประกอบการมีความสมบูรณ์สามารถนำไปสู่การกำหนดแผนการพัฒนาและปรับปรุงงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบการ ในการบูรณาการ การทำงานครั้งที่ 1
- กิจกรรมการบูรณาการการทำงาน ครั้งที่ 1
- มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตการทำงาน และกำหนดตัวชี้วัดใน การพัฒนาและปรับปรุงสถานประกอบการรายกิจการ ของที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางใน 3 แผนงาน โดยนำข้อมูลสำคัญมาประกอบการบูรณาการการทำงานครั้งที่ 1 ดังนี้
- 1. ผลจากการวินิจฉัยสถานประกอบการจากนักวินิจฉัยมืออาชีพที่ดำเนินการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการประกอบการ บุคลากร วัฒนธรรมองค์กร สถานะการเงิน โดยได้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาไว้รายงานสรุปผลการวินิจฉัย
- 2. ผลจากการจัดทำแผนธุรกิจที่ได้มีการกำหนดทิศทางการดำเนินงานจาก การใช้ข้อมูลจริง และจากการระดมความคิดเห็นร่วมกันของบุคลากรในองค์กร
- 3. ผลจากการเข้าสำรวจสถานประกอบการเบื้องต้น (First Visit) ของทีม ที่ปรึกษา เพื่อนำมาใช้ในการนำเสนอเพื่อการกำหนดขอบเขตงาน(Proposal) การพัฒนาและปรับปรุงองค์กร
- 4. ความต้องการในการปรับปรุงปัญหาในสถานประกอบการของผู้ประกอบการ(จากข้อมูลการวินิจฉัยสถานประกอบการ จากการจัดทำแผนธุรกิจขององค์กร และจากสภาพปัญหาจริงในสถานประกอบการ)
- วิธีการบูรณาการการทำงาน ครั้งที่ 1
- เป็นกิจกรรมการจัดประชุมร่วมระหว่างผู้ประกอบการเจ้าของสถานประกอบการ/ผู้มีอำนาจสูงสุดและผู้บริหารระดับกลางของสถานประกอบการ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ได้รับเลือกเข้าให้คำปรึกษาแนะนำสถานประกอบการใน 3 แผนงาน คณะกรรมการกำกับติดตามการทำงาน ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการของศูนย์ฯภาค ซึ่งกำหนดเป็นกิจกรรมการตรวจรับงานงวดที่ 1 ของคณะกรรมการกำกับติดตามการทำงานที่ปรึกษา
- การเตรียมการเพื่อการบูรณาการการทำงานครั้งที่ 1
- กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากคือเป็นการกำหนดขอบเขตการทำงานของที่ปรึกษารายกิจการ เจ้าหน้าที่ประสานงานจะต้องจัดสรุปข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ ที่ปรึกษา และคณะกรรมการกำกับ ติดตามงานที่ปรึกษา ตามแบบฟอร์มที่ส่วนกลางกำหนด โดยองค์ประกอบของข้อมูลได้สรุปไว้ในวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ลงในแบบฟอร์ม MD 3 F-003 และประเมินผลของกิจกรรมในแบบฟอร์ม MD 3 F-003 Q
- กิจกรรมการติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน
- มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ภายใต้ขอบเขตงาน และเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ในระหว่างการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาในการให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ สถานประกอบการ เพื่อประเมินว่าหัวหน้าทีมที่ปรึกษาได้จัดที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ ตรงกับสภาพปัญหาของสถานประกอบการจริง ที่ปรึกษามีทักษะในการสื่อสารและ การประสานงาน การถ่ายทอดการสอนงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงงาน การมีจริยธรรม จรรยาบรรณ ความตรงต่อเวลา การเคารพในงานอาชีพ ฯลฯ และประเมินสถานประกอบการว่าผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญ มีส่วนร่วม และสนับสนุนการทำงานของทีมที่ปรึกษาตามคำปรึกษาแนะนำ อาทิ การจัดโครงสร้างองค์กร การมอบหมายบุคลากรระดับกลาง และระดับปฏิบัติการ รับผิดชอบปฏิบัติงานร่วมกับที่ปรึกษาในการปรับปรุงและพัฒนางาน การสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือ งบประมาณเพื่อพัฒนาและปรับปรุงองค์กรตามข้อเสนอแนะ มีระบบหรือกระบวนการกำกับติดตามการทำงานของบุคลากรในองค์กร และทีมที่ปรึกษาและประเมินถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของบุคลากรทุกระดับของสถานประกอบการ โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมในการนำเสนอผลงานแต่ละแผนงานแทนผู้บริหารสถานประกอบการ โครงสร้างองค์กร การจัดทำภาระหน้าที่งานของบุคลากร (Job Description) และการมอบหมายงาน
- วิธีการดำเนินงาน
- เป็นการตรวจติดตามงานภาคสนามระหว่างโครงการ เพื่อรับฟังความเห็นในการให้บริการของที่ปรึกษา ตลอดจนรับฟังประเด็นปัญหาอุปสรรคในการทำงานทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายผู้ประกอบการ & ฝ่ายที่ปรึกษาโดยใช้แบบฟอร์ม MD3 F – 004
- การเตรียมการในการตรวจติดตามงานภาคสนาม
เจ้าหน้าที่ประสานงานของกรม/ศูนย์ฯภาคจะต้องจัดทำข้อมูลการสรุปขอบเขตงาน ตัวชี้วัดการดำเนินงานโดยละเอียดในแบบฟอร์ม MD3 F-004 เพื่อให้คณะกรรมการกำกับได้ร่วมหารือในความก้าวหน้าของการให้บริการของที่ปรึกษา ปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ประกอบการตรวจรับงานในงวดต่อไป ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนเนื้องานบริการ และตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ แต่ต้องไม่มีผลกระทบต่อตัวชี้วัดภาพรวมของโครงการและการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ปรึกษา
- กิจกรรมการบูรณาการการทำงาน ครั้งที่ 2&3
เป็นกิจกรรมการจัดประชุมร่วมระหว่างผู้ประกอบการเจ้าของสถานประกอบการ/ผู้มีอำนาจสูงสุดและผู้บริหารระดับกลางของสถานประกอบการ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาใน 3 แผนงาน คณะกรรมการกำกับติดตามการทำงานที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการของศูนย์ฯภาค เพื่อการพิจารณาประเด็นปัญหา อุปสรรคที่อาจทำให้ผลการดำเนินงานไม่สัมฤทธิ์ผลตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ประเด็นปัญหาอาจมาจากความไม่พร้อมของสถานประกอบการ หรือที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญไม่ตรงกับสภาพปัญหาของสถานประกอบการ ซึ่งอาจนำมาถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการให้บริการ ตัวชี้วัดในการทำงาน การปรับเปลี่ยนทีมงานที่ปรึกษา ทั้งนี้จะต้องมีการบันทึกการประชุม/บันทึกช่วยจำไว้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจรับงาน และหากกระทบถึงขอบเขตงานตามสัญญาจ้างจะต้องมีการขออนุมัติผู้มีอำนาจตามระเบียบของ ทางราชการในการแก้ไขสัญญา ทั้งนี้ให้เป็นไปตามความข้อตกลงระหว่างผู้ประกอบการ และหัวหน้าทีมที่ปรึกษา และดุลยพินิจของคณะกรรมการกำกับ ติดตามงานที่ปรึกษา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของราชการเป็นที่ตั้ง และให้นำผลสรุปการปรับปรุงงานดังกล่าวบันทึกใน แบบฟอร์ม MD 3 F-003 และ แบบฟอร์ม MD 3 F-004 ตามลำดับ
- ระยะเวลาการดำเนินงาน
- ระหว่างดำเนินโครงการ จากการประสาน กำกับ ติดตามงานของเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ ในกรณีที่ตรวจพบประเด็นปัญหา อุปสรรคการดำเนินงาน ให้รายงานให้ผู้รับผิดชอบโครงการ นำเรียนประธานคณะกรรมการฯดำเนินการจัดประชุมเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน
- การประเมินผลปฏิบัติงานระหว่างโครงการและหลังสิ้นสุดโครงการ
- เจ้าหน้าที่ประสานงานส่วนกลางและศูนย์ฯภาค จะต้องติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของที่ปรึกษารายแผนงาน และรายกิจการในระหว่างการดำเนินโครงการ ในแบบฟอร์ม MD 3 F -004Q ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์งานอาชีพในการแก้ไขปัญหาสถานประกอบการ และยังประเมินถึงวุฒิภาวะการทำงาน เช่นความรับผิดชอบงาน ความมีวินัย และความมีมนุษย์สัมพันธ์ การสื่อสาร ประสานงาน เป็นต้น และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกใช้ที่ปรึกษาในอนาคต สำหรับการประเมินผลการทำงานหลังสิ้นสุดโครงการฯกำหนดให้ผู้รับผิดชอบงานจัดเก็บข้อมูลผลลัพธ์ตามตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการรายกิจการเพื่อนำมาประมวลผลในฐานข้อมูลกิจการในแบบฟอร์ม MD 3 F – 011
- การบันทึกข้อมูลธุรกิจ
- เป็นการจัดทำฐานข้อมูลสถานประกอบการรายกิจการโดยการประมวลผลการทำงานในทุกขั้นตอนตั้งแต่ข้อมูลสถานะก่อนเข้าร่วมโครงการ การวินิจฉัยสถานประกอบการ การกำหนดขอบเขตงานที่ปรึกษา ความก้าวหน้าในการดำเนินงานระหว่างโครงการ (แบบฟอร์ม MD 3 F- 009) รายงานการส่งงวดงานของที่ปรึกษาในรายงานฉบับสมบูรณ์ (แบบฟอร์ม MD 3 F- 010 และ MD 3 F- 011) ผลลัพธ์ที่ได้จากการติดตามงานในช่วง 3 เดือน 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเตรียมการเพื่อการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อการรายงานผล และการติดตามผลการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต
- ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล
- ระหว่างโครงการ และสิ้นสุดระยะเวลาโครงการในแต่ละรุ่นโดยใช้ แบบฟอร์ม MD 3 F-005
- กลับไป MDICP Handbook
