Lessons learned IPC2

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ความรู้ไม่ใช่ทองคำ...เปรียบเหมือนนมมากกว่า
ความรู้ไม่ใช่อำนาจ...การแบ่งปันความรู้ต่างหากคืออำนาจ
ทุกคนมีความรู้ความสามารถที่จะให้ความช่วยเหลือกันได้ ต่อให้พวกเขาไม่รู้ตัวว่ามีก็ตาม
คุณไม่สามารถแบ่งปันความรู้ที่คุณไม่เคยรู้ว่าตัวคุณมี

การจัดกิจกรรม KM

แผนและผลการดำเนินกิจกรรม KM

การจัดการความรู้ ศภ.2กสอ.:KM IPC2
การจัดการความรู้ ศภ.2กสอ.   เริ่มต้นกิจกรรม   แผนปฏิบัติงาน   เรื่องเล่าชาว ศภ.2   ชุมชนนักปฏิบัติ ศภ.2   แลกเปลี่ยนเรียนรู้

เรื่องเล่าความประทับใจกิจกรรม Kick off KM Day

เรื่องเล่าคุณอารีรัตน์

  • อยากบรรยายถึงความรู้สึกที่เข้ากิจกรรม KM เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.พ 52 รับรู้ได้ถึงพลังความร่วมมือของพี่น้องชาว ศภ.2 กสอ. ที่อบอุ่น อีกทั้งยังได้รับความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กร

เรื่องเล่าจากคุณกัญญารัตน์

  • จากการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม KM Kick Off วันที่ 21 ก.พ.2552 ทำให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจ และความสามัคคี ของเจ้าหน้าที่ ศภ.2 กสอ.และได้เห็นถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้ (เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จัดกิจกรรมวันหยุด เนื่องจากไม่ต้องพะวงเรื่องงานประจำ)

เรื่องเล่าคุณอุดมสิทธิ์

  • ผมประทับใจในความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ศภ.2กสอ. ในวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. 52 เข้าร่วมกันครบทุกท่านร่วมใจได้ความรู้ ขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทุกท่านเป็นเช่นนี้ตลอดไป เกาะให้แน่นกับความสามัคคี ความดีต่อกัน เสมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ศูนย์เราจะพบแต่ความสุขความเจริญ เพื่อเสริมสร้างให้เป็นข้าราชการที่ดี รับใช้ประชาชนต่อไป

เรื่องเล่าจากคุณกฤษณา

  • เล่าเรื่องประสบการณ์จากการได้เข้าร่วมกิจกรรม KM Kick off Day เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 ได้รับความรู้ความเข้าใจในการทำงานมากขึ้น เกิดความสามัคคีของเจ้าหน้าที่ ศภ.2กสอ.และกล้าที่จะแลกเปลี่ยนความรู้จากประสบการณ์ทำงานร่วมกัน

เรื่องเล่าจากคุณวิจิตรา จาการที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม KM Kick off เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. 52 ได้รับความรู้มากขึ้นและทำให้เห็นถึงความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจกัน ทำให้กิจกรรมในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี และมีความสนุกครื้นเครงกันทั่วหน้า

เล่าสู่กันฟัง
  • วันเสาร์สบาย ๆ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 มีความรู้สึกถึงความรู้ที่ส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งถึงอีกคนหนึ่งด้วยใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(ขอเน้นนะว่าใจ..ใจใจ) คนที่มีความรู้มากกว่าก็ถ่ายทอดให้อีกคนที่ยังไม่รู้ (หรือรู้แล้วทำเป็นแกล้งไม่รู้) แต่ทุกคนก็ทำด้วยใจ อยากให้ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ เป็นเนื้อเพลงที่บ่งบอกถึงความรู้สึก สมกันเป็น Km kick off day จริง ๆ เลยนะ รู้ว่าใครรับผิดชอบงานอะไร(จะได้ถามไม่ผิดคน)จากสำเร็จในวันนี้อยากให้ทุกคนสู้...สู้ กับงานที่รับผิดชอบต่อไป เพราะเป็นเป็นทีม...ทีม ศภ.2 กสอ. ไฟส์ติ้ง...ไฟส์ติ้ง
อายะจังเองนะ

เรื่องเล่าจากคุณนนทยา

  • ในฐานะน้องใหม่ เพิ่งได้พบกับกิจกรรม KM Kick off เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. 52 เป็นครั้งแรก รู้สึกว่ากิจกรรมนี้ นอกจากเสริมสร้างความรู้ เพิ่มศักยภาพ ประสิทธิในการทำงานแล้ว ยังเชื่อมโยงความสัมพันธ์แต่ละฝ่าย ความกลมเกลียวกันของเจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานอีกด้วย

เรื่องเล่าจากวุฒิชัย

  • ในฐานะเจ้าภาพงานนี้ บอกตามตรงว่าต้องวัดใจเพราะเป็นวันหยุด ลุ้นอยู่ตลอดว่าจะมากันไหมนี่? เ วลา 8.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 มาถึงที่ห้องทำงานเห็นเจ้าหน้ามากันได้กว่าครึ่ง ทำให้ใจชื้นขึ้น เมื่อถึงเวลาเริ่มกิจกรรมคนก็เริ่มเต็มห้อง 9.00 น. ตรงเวลาดีจังครั้งนี้ ทีมแรกคือทีมเงินทุนขึ้นไปนำเสนอแรกๆ ดูยังตื่นๆ อยู่ ยังจับทางกันไม่ค่อยได้ อุ่นเครื่องอยู่ 10 นาที เห็นจะได้ก็เริ่มเข้าขากันมากขึ้น การนำเสนอสรุปบทเรียนการวิเคราะห์เงินกู้และการติดตามหนี้เริ่มไหลเป็นฉากๆ จนผู้สูงวัยไม่ยอมวางไมค์ ดูเวลางวดเข้ามาทุกที น้องไผ่ผู้น่ารักจะได้พูดไหมนี่ ถ้าไม่พูดเลยเวลามอบของที่ระลึกสังสัยจะโดนโห่แน่ แต่แล้วก็โล่งอก..เพราะว่าเธอได้ไมค์แล้ว
  • รอบต่อไปถึงเราแล้วนี่ PMQA ได้คุณวัชรุน มาร่วมคุยด้วย เนื้อหามากเลยใส่ซะ 180 กิโลคำต่อนาที ยังไม่หมดเนื้อหาเลยต้องพูดแนะนำ วิธีการให้ไปศึกษาเอง ได้แต่เน้นสิ่งที่สำคัญ คือ มีสัดส่วนในคะแนนในตัวชี้วัดถึง ร้อยละ 20 และในปี 2552 นี้ เน้นหมวดที่ 1 การนำองค์กร (ดูรายละเอียดPMQA 2552 หมวด 1) และ หมวดที่ 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสามารถดูแผนพัฒนาPMQA หมวด 3 ฟอร์ม 1 และ PMQA หมวด 3 ฟอร์ม 2 จาก www.ssmwiki.com
  • เรื่องต่อไปคือ เรื่อง KM เป็นการการอธิบายความหมายของ KM โดยใช้ SECI Model ของ Nonaka Takeuchi ด้วยการให้เล่นเกมส์ ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
  • ช่วงบ่าย ศภ.2 ได้รับเกียรติจากท่าน CKO ท่านรองสุรศิษฏ์ บุญญาภิสันท์ เดินทางมาเป็นประธานกิจกรรมเปิดการเริ่มต้นกิจกรรม พร้อมทั้งบรรยายพิเศษ "เปิดใจ CKO" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าหน้าที่ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติงานด้วยความรู้ เพื่ออนาคตของประเทศ
  • ต่อจากนั้นได้มีกิจกรรมจากส่วนงานต่างๆ อีก 4 ส่วนงานท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่เริ่มต้นกิจกรรม ปิดท้ายด้วยการร่วมด้วยช่วยกันอาสาสมัครเข้าร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ตามแผนดำเนินกิจกรรม KM ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยม
  • การจัดกิจกรรมครั้งเป็นการยืนยันความร่วมมือกันของกลุ่มเจ้าหน้าที่กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่มีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และหากรักษาทีมที่ดีนี้ได้ อนาคตจะได้เห็นการพัฒนาเข้าสู่องค์กรที่มีผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศได้....ขอเราจงฝันร่วมกัน และเดินร่วมกันให้ถึงจุดฝัน...

เรื่องเล่าจากสาธิตา

  • จากการเข้าร่วมกิจกรรม KM KicK off Day ทำให้เกิดการเรียนรู้เข้าใจคำว่า KM มากขึ้น มีกิจกรรมที่ให้แสดงออกในความคิดในการเรียนรู้ถ่ายทอด สร้างความสามัคคีในการร่วมงาน

เรื่องเล่าจากสุรชัย

  • กิจกรรม KM KicK off Day เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์มากสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้ความรู้ สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล และควรจัดกิจกรรม KM อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์หรือเวทีในการแสดงออก ในการเป็นวิทยากร แล้วอย่าลืมพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาน่ะครับ สุดท้ายนี้อย่าลืม.. เข้าไปดูเว็บไซต์ http://ipc2.dip.go.th น่ะครับ ผู้ดูแลระบบ

ขอเล่าด้วยคน

  • วันเสาร์ที่ 21 กพ. 52 กิจกรรม KM Kick off ผ่านไปได้ด้วยดี ตั้งแต่เริ่มเตรียมการ ...ผ่านสัญลักษณ์ หัวใจสีแดงที่แขวนอยู่ตามส่วนต่างๆ บอร์ดประชาสัมพันธ์ที่โถงทางเดินชั้น 1 และลูกบอล Kick –off ที่จัดอยู่บนเวทีในห้องกรรณิการ์ ... ล้วนมาจาก สัมพันธภาพ มิตรภาพ และน้ำใจที่มีให้กัน จนมาถึง ความร่วมมือร่วมใจในการเข้าร่วมกิจกรรม KM Kick off เริ่มแบ่งปันความรู้จากผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ ตามลำดับ (อาวุโส?) จาก ทีมเงินทุน , สบย. , สบธ. , สพร.1, สพร.2 และฝ่ายบริหาร …รวมถึงการแบ่งปันความรู้ ของ คุณเมธัส และคุณกัญญารัตน์ (อ๊ะ ..อ๊ะ ก็การแบ่งปันความรู้การลากเส้นผ่านจุด จุด จุด ) ที่มาจากความรู้ประเภท Tacit knowledge นับเป็นการเริ่มต้น กิจกรรม KM ศภ.2กสอ. ที่น่าประทับใจ.....สุรางค์รัตน์..

เรื่องเล่าประสบการณ์

เรื่องที่ 1 ความภาคภูมิใจในงานที่ทำ ณ ศภ.2 สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้รับรู้ถึง ความรู้สึกที่ ไม่อาจจะบรรยายได้ ลองเข้ามาอ่านกันดูนะจ๊ะคลิกที่นี่

ฉันมีคติและข้อคิดดี ๆ มาให้พวกเราชาว ศภ.2 กสอ. คือ “ วันนี้คือวันแรกที่เหลืออยู่ ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นชีวิต และการงานให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น “ เคล็ดลับง่าย ๆในการทำงานของดิฉัน และดิฉันก็ใช้อยู่

  • ให้ความใส่ใจในการเรียนรู้ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆเสมอ เพื่อนำมาปรับใช้กับงาน
  • มองหาความท้าทายใหม่ ๆ ทำความเข้าใจกับงานและเป้าหมายของงานแต่ละชิ้น เพื่อที่เราจะได้วางแผนในการทำงาน
  • เข้าใจเป้าหมายขององค์กร ต้องเข้าใจความสำคัญของงานในหน้าที่ของเรามีผลต่อจุดหมายขององค์กรอย่างไร ซึ่งจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน
  • มีจริยธรรม
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
  • เน้นบทบาทในการทำงาน
  • บริหารจัดการที่ดี – ต้องแน่ใจว่าคุณและหัวหน้าคุณมีการตกลงกันถึงสิ่งที่เราจะทำ และกระตือรือร้นที่จะดำเนินการ
  • เอาใจใส่คนรอบข้าง แสดงความสนใจต่อเพื่อนร่วมงาน
  • การสื่อสารภายในองค์กร การสื่อสารที่ดีจะทำให้งานสำเร็จลุล่วง
  • ให้เวลากับงาน เช่น สนุกกับงานเสมอ

แม้ว่างานจะหนัก หัวหน้าจะบ่น จงยิ้มเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะเต็มไปด้วยความสุข การงานของคุณก็จะเจริญก้าวหน้า คุณก็จะมีความสุขในการทำงาน

เรื่องที่ 2 ทำงานอย่างไรให้มีความสุข อยากรู้คลิกที่นี่ ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ในแต่ละวัน เราต้องพบเจอกับสารพัดปัญหา แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องนำมันเข้ามาปะปนกับงานในที่ทำงานด้วย ลองยิ้มรับให้กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศที่ดีร่วมกัน หากว่าการทำงานจะมีอุปสรรคต่างๆ เพื่อเข้ามาทดสอบตัวเรา ก็คิดเสียว่าอุปสรรคก็คือโจทย์ การค้นหาคำตอบให้กับโจทย์ ก็คือ การแก้ปัญหานั้นเอง อย่าเก็บปัญหาไว้เพียงคนเดียว เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้ว ก็ย่อมต้องหาทางแก้ไข บางครั้งการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียด หากเป็นไปได้ให้ลุกปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรือลองปรับเปลี่ยนบรรยากาศที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะให้ สดชื่นเติมเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ ด้วยกระถางดอกไม้เล็กๆ หรือ เพิ่มเติมสีสันด้วยกันแจกันดอกไม้ หลากสี เพราะมันอาจเป็นแหล่งจุดประกายไอเดียดี ๆ สำหีรับคุณก็ได้

การมองโลกในแง่ดีก็สามารถทำให้คุณเกิดความรู้สึกดี ๆ กับบุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานรวมไปถึงลูกค้า เพราะเมื่อมีความรู้สึกดีๆ ก็จะก่อให้เกิดแรงผลักดันตามมา ส่งผลให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มในที่ทำงาน ก็จะทำให้ที่ทำงานมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและแจ่มใสตลอดทั้งวันได้ ดังนั้น การบอกต่อเรื่องราวต่าง ๆ หรือการนำสิ่งใหม่ ๆ มาเล่าสู้กันฟัง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี หากว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บรรยากาศในห้องมีอารมณ์ และสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน เทคนิคการทำงานให้มีความสุขทุกวัน คือ

  • รักในสิ่งที่ทำ จะทำให้เกิดความเหนื่อยและจะไม่เบื่องานที่ตัวเองทำ
  • เปิดใจเรียนรู้ในงานที่จะทำ ก็จะทำให้มีความสุขกับงาน
  • คิดในด้านบวก ไม่ทะเลาะกับคนอื่น ตั้งความหวังในงานที่จะทำ
  • สร้างบรรยากาศในการทำงานและบางครั้งก็ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย
  • มีใจรักในการทำงาน วางงแผนในการทำงาน มีตารางการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่อกัน
  • หากิจกรรมผ่อนคลาย ชวนเพื่อนไปทานข้าว ตั้งวงเมาท์กันตอนเช้า หรือตอนเที่ยง เพื่อผ่อนคลาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ มีจิตใจยิ้มแย้ม วางแผนการทำงาน ปรึกษาเพื่อนผู้ร่วมงาน คิดถึงใจเขา ใจเรา
  • รักในตัวงานที่ทำ ทำแล้วมีความสุข เราก็จะมีความสุขและรักในงานที่ทำ

ข้อคิดและเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย ของแต่ละคน ถ้าเราทุกคนทำได้ก็จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานมากขึ้น อยากทำงานมากขึ้น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง ทำอะไรก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทำอะไรก็ดีไปทุกอย่าง บางครั้งการสร้างความสุขในการทำงานก็สามารถนำหลักธรรมมาใช้ได้ คือ อิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ทำให้คนทำงานสำเร็จมาใช้นั้น ได้แก่

  • ฉันทะ คือความพอใจในงาน
  • วิริยะ มีความพากเพียร พยายาม
  • จิตตะ คือ เวลาทำงานมีจิตใจจดจ่อมีสมาธิ
  • วิมังสา คือ ทำงานเสร็จแล้วให้ตรวจสอบใคร่ครวญแก้ไข

สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการทำงาน ผลงานที่ได้จะส่งผลให้เราอิ่มเอิบใจ มีความสุขในการทำงาน

เรื่องที่ 3 ระเบียบการเบิก - จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง อยากให้ทุกคนทราบจริงๆ คลิกที่นี่จะได้เข้าใจกันนะ

  • ระเบียบการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง / ค่าที่พักในการเดินทางไปราชการ นั้น เจ้าหน้าที่ ศภ.2กสอ. ทุกท่านคงทราบดีอยู่แล้ว จะทำการสรุปอย่างย่อๆ คือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีนโยบายในการเบิกเกี่ยวกับค่าที่พักเหมาจ่ายกำหนดให้ไม่เกินคนละ 800 บาท / คืน โดยไม่ต้องมีใบเสร็จรับเงินแต่ถ้าหากเบิกเกินกว่า 1,000 บาท ต้องมีใบเสร็จรับเงิน สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับ 8 ลงมา แต่ถ้าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 9 เบิกได้ 1,760 บาท ระดับ 10 เบิกได้ 2,500 บาท
  • กรณีที่หน่วยงานภายนอกกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นคนจัด เช่น หน่วยงานที่ทำการจ้างที่ปรึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม ให้เบิกเป็นเหมาจ่ายได้ตามที่กำหนด
  • กรณีเป็นหน่วยงานร่วมจัดแต่หนังสือแจ้งออกจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เบิกโดยใช้ระเบียบฝึกอบรม ต้องมีใบเสร็จรับเงิน

การคำนวณค่าเบี้ยเลี้ยง ให้นับเวลาตั้งแต่เดินทางออกจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติจนถึงสถานที่อยู่ หรือสถานที่ปฏิบัติราชการตามปกติแล้วแต่กรณี แล้วนำจำนวนวันทั้งหมดคูณกับอัตราเบี้ยเลี้ยง / ต่อวัน ในกรณีผู้จัดฝึกอบรมจัดเลี้ยงอาหารบางมื้อให้หักค่าอาหารในแต่ละมื้อที่เลี้ยงด้วย


เรื่องที่ 4 เฟอร์นิเจอร์จากตอไม้รากไม้ ยังมีอีกมากมายที่ ใครๆไม่รู้ ลองดู คลิกที่นี่

รากไม้ เมื่อก่อนนับถอยหลังไปเมื่อหลายปีก่อนมีการตัดไม้ในป่ากันมากมาย ทั้งผิดกฎหมายและถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้รากไม้ตอไม้ยังคงค้างอยู่ในป่าเป็นจำนวนมาก มีทั้งตอไม้สัก ตอไม้แดง ตอไม้มะค่า ตอไม้เนื้อเข็งเหล่านี้คงเหลืออยู่ในป่าไม้อีกมากมาย รากไม้เนื้อแข็งนี้สามารถนำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้ได้สวยงาม โดยมีการออกแบบแต่ละชิ้นงานเป็นไปตามธรรมชาติของรากไม้ ตามทรวดทรงของรากไม้ที่เป็นวัตถุดิบในแนวเชิงศิลปะยิ่งทำให้ดูสวยงามมาก

ทำไม:เฟอร์นิเจอร์จากตอไม้รากไม้จึงไม่ตายและขายดีในเวลานี้

1. เฟอร์นิเจอร์จากตอไม้ทำจากไม้จริงเนื้อแข็ง เนื้ออ่อน เช่น ไม้สัก ไม้แดง ไม้มะค่า ฯลฯ
2. ทนทาน ทนแดดทนฝน เนื่องจากเคลื่อบยูนิเทนชนิดทนแสง UV ได้
3. ตอไม้เป็นไม้แก่ต้นลวดลายไม้สวย มีความเป็นธรรมชาติของเนื้อไม้
4. สวยงามตามธรรมชาติตามความโค้งงอของรากไม้เป็นศิลปะธรรมชาติบวกกับงานสร้างสัน
5. มีชิ้นงานเดียวในโลกเนื่องจากสร้างงานตามวัตถุดิบตอไม้และรากไม้
6. จะเห็นว่าราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับเฟอร์นิเจอร์จากโรงงาน
7. ฝีมือแนวคิดการออกแบบของช่างชาวไทย ชาวต่างชาติชอบและหลงใหล

คิดจะผลิตเฟอร์นิเจอร์จากตอไม้ขาย หรือ ซื้อใช้ ซื้อไปขาย อ่านทางนี้ก่อน เนื่องจากการผลิตงานไม้ซื่งเป็นไม้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ถือว่าผิดกฎหมายป่าไม้ ต้องมีการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติของป่า เป็นขั้นตอนเช่น ขออนุญาตตัดหรือขุดตอไม้ จากนั้นต้องขออนุญาตทำการผลิต และใบอนุญาตซื้อขายผลิตภัณฑ์ไม้ เมื่อขายแล้วต้องมีใบเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ จากขั้นตอนที่ผ่านมาดูยากเย็นเสียเหลือเกินแต่ผู้อ่านไม่ต้องตกใจจนไม่อยากผลิตขาย หรือซื้อมาใช้งาน ถ้าท่านทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เช่น ท่านจะผลิตขายก็ขออนุญาตตามขั้นตอนการผลิตก็จะขายได้ แต่ถ้าท่านจะซื้อนำไปใช้งานเองก็ต้องขอใบซื้อขายและขนย้ายจากคนขายหากคนขายไม่มีให้อย่าซื้อนะครับ เดี๋ยวจะไม่ได้ใช้ของที่ท่านซื้อ แต่ถ้าท่านทำตามที่ผู้เขียนบอกมานี้ท่านจะได้ใช้ของดีราคาถูก ออกในแนวศิลปะสวยงามชิ้นเดียวในโลกของงานรากไม้ที่ไม่เหมือนใคร

เรื่องที่ 5 [[ประสบการณ์การทำ โครงการ คพอ.สิ่งที่สอนเราให้มีการจัดการ ที่ดี โดยไม่รู้ตัว!!

ในการเริ่มต้นการทำงาน สิ่งแรกที่ทุกคนต้องตั้งคำถามให้ตัวเองเสมอว่า “เราจะทำได้หรือ”และนั้นมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

เมื่อวันแรกที่เรา ได้รับมอบหมาย เราทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่รู้จะตั้งต้นจากตรงไหน มาตรฐานแรกที่เราคัดลอกก็คือหัวหน้างานของเรา หัวหน้างานเราทำไว้อย่างไร เราก็ต้องทำแบบอย่างนั้น ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า การที่เราได้ทำอย่างมันดีมากหรือยัง แต่ขอบอกไว้เลยนะคะว่า “ประสบการณ์จะเป็นตัวสอนเราเอง” การทำงาน คพอ.มีอะไร หลายอย่างให้เราได้แก้ปัญหาตลอดเวลา ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง วิทยากร การบริหารการใช้รถราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง เอกสารด้านการเงิน ต่างๆ นานา แต่ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ขอให้เราสู้ และพร้อมจะศึกษางานที่เรารับผิดชอบให้เข้าใจถ่องแท้ มีใจในการทำงาน นำประสบการณ์ข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นมาปรับปรุงการทำงาน

สุดท้ายต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในส่วนต่างๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกคนจะไม่ท้อแท้ต่อการทำงานของตนเอง


เรื่องที่ 6 ความรู้ (Knowledge) คลิกที่นี่ จาก SSM Wiki ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

อะไรคือสิ่งที่ ต้องรู้ ควรรู้ และน่าจะรู้

ประเภทของความรู้

1ความรู้ฐาน (เฉพาะตัว)
เป็นความรู้ที่คนแต่ละคนต้องแสวงหาเอง เพราะมีเหตุจำเป็นหรือเหตุต้องการเป็นของตนเอง โดยอาจมาจากตำแหน่งหรือหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการทำงานที่ตนรับผิดชอบ

เช่น งานฝึกอบรม ก็ต้องมีความรู้ฐานเกี่ยวกับขั้นตอนระเบียบการฝึกอบรม, ความรู้ฐานเกี่ยวกับการเขียนโครงการ, การคิดวิเคราะห์หลักสูตร,ฯ

2ความรู้เชิงกว้าง (หลากหลาย)
เป็นความรู้ที่เริ่มมีการคาบเกี่ยวกับงานอื่นๆ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกัน หรืองานที่ทำนั้นคาบเกี่ยวกัน

เช่น งานฝึกอบรม ก็ต้องเกี่ยวข้องกับการประสานงาน การจัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ หรือเชิญเข้าฝึกอบรม ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับงานธุรการ/สารบรรณ, พิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีเปิด, การร่างคำกล่าวต่างๆ

3ความรู้เชิงลึก (เฉพาะด้าน)
เป็นความรู้ที่จำเป็น และมีความเป็นเฉพาะเรื่อง โดยเป็นเรื่องที่มีเหตุจำเป็นเฉพาะ เพื่อให้งานนั้นๆ สามารถบรรลุผลที่ดีขึ้นกว่าปกติ

เช่น งานฝึกอบรม ก็ต้องรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของคน และต้องแยกแยะได้ว่าการฝึกอบรม/เรียนรู้นั้น ควรเป็นการฝึกอบรม/เรียนรู้แบบใด อาทิเช่น เป็นความรู้เชิงวิชาการหรือเทคนิคหรือการจัดการ, การจัดแบบห้องเรียน หรือแบบเชิงปฏิบัติ, ฝึกแบบทฤษฎี หรือ แบบ OJT เป็นต้น ตัวอย่าง ตำแหน่งนักวิชาการอุตสาหกรรม

หน้าที่ รับผิดชอบงานทางด้านการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม

โดยเน้นที่ บุคลากรภาคอุตสาหกรรม ระดับพนักงาน

การกำหนดสิ่งที่ต้องรู้-ควรรู้-น่าจะรู้ ต้องรู้

พิจารณาว่างานที่รับผิดชอบนั้น มีขั้นตอน กระบวนการ รายละเอียดอื่นๆ ในงานที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง

ถามตนเองว่า สิ่งต่างๆ เหล่านั้น เรารู้หรือไม่ หากคำตอบออกมาว่า ไม่ นั้นคือสิ่งที่เรียกว่า ต้องรู้ ควรรู้

คำถามต่อไป คือ แล้วงานที่เกี่ยวข้องกับงานที่เรารับผิดชอบนั้น มีอะไรบ้าง และเรารู้อะไรบ้าง

งานที่เราคิดว่าเกี่ยวข้องนั้น คือ สิ่งที่เรียกว่า ควรรู้

ตัวอย่าง น่าจะรู้

หากเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากนี้แล้ว เป็นเรื่องที่น่าจะรู้ (ในขั้นนี้) ทั้งสิ้น

ทดลองกำหนด

งานที่รับผิดชอบ คือ....................

มีขั้นตอน คือ ....................

งานที่เกี่ยวข้อง คือ .................

สิ่งที่ต้องรู้ คือ 1.............................2..........................3.............................

สิ่งที่ควรรู้ คือ 1.............................2..........................3.............................

ชื่อ...................................................................

ตำแหน่ง ...................................................................................

หน้าที่/งานที่รับผิดชอบ....................................................

ความรู้พื้นฐานงาน....................................

KM เป็นการเรียนรู้ ศภ.2กสอ.เราได้ไปศึกษาดูงาน ณ กรมสุขภาพจิต กรุงเทพฯ เราได้เห็นการจัดเก็บเอกสารของกรมสุขภาพจิตนั้นเป็นการเก็บทีเป็นระบบมากๆเลยถ้าจัดเก้บเอกสารที่เป็นความรู้หมวดหมู่ก็ทำให้หน้าอ่านมากขึ้นนะ(รักการเรียนรู้)


เรื่องเล่าความประทับใจกิจกรรมKM ครั้งที่ 2

ความรู้สึกในการเป็นผู้เล่าเรื่องครั้งที่ 2 ของน้องยุ้ย

  • รู้สึกตื่นเต้นมากในการขึ้นพูดครั้งที่ 2 ขนาดผ่านการเล่าเรื่องมา 1 ครั้ง ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นยิ่งเมื่อมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เต็มห้องด้วยแล้วยิ่งตื่นเต้นขึ้นอีก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี แถมยังได้รางวัลในการเล่าเรื่องอีกต่างหาก ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ในการที่จะพูดต่อหน้าคนเยอะๆ และรู้จักวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วยังได้รู้จักวิธีการนำเสนอเนื้อหาที่จะต้องทำให้ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สนใจและรู้สึกไม่เบื่อกับการเล่าเรื่องของเรา


ความรู้สึกในการเป็นผู้เล่าเรื่องครั้งที่ 2 นนทยา

  • KM ครั้งที่ 2 นี้เจ้าหน้าที่ 02 ยังมากันครบถ้วน บรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน พร้อมคัดสรรหัวข้อสนทนาที่น่าสนใจ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน มีการหยอกล้อ แซวกันตลอดการบรรยายแต่ละหัวข้อ ทำให้ทุกคนหัวเราะ และไม่ง่วงนอน

ร่วมใจกัน เราทำได้ครับ

  • ก็นึกว่าจะแผ่วไปเสียแล้วจิ พอเห็นแล้วก็ซื่นใจ ที่ลุยกันเต็มที่ คนทำงานต้องการความร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างนี้แหละ ประทับใจในวิธีคิดดูแล้วปีนี้เราก็พัฒนาขึ้นมาปีหนึ่งละ ก็เท่ากับเราก้าวเข้าสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ไปอีกก้าวหนึ่งเพลงนะ อ้าว... พายกันหน่อย อ้าว...พายกันหน่อย หัวใจมีดีอย่างนี้ต้องเชียร์
  • เย้ ในที่สุดเพลงแต่งเสร็จแล้ว ได้เห็นหลายคนตั้งใจร้องกัน รู้สึกดีนะ แล้วทุกวันนี้เวลานึกอยากฮัมเพลง ยังติดปากร้องแต่เพลงนี้เลย จริงๆ นะไม่ได้โม้ เอ๊า ว่าแล้วก็ร่วมใจกัน ทำเพื่อ 02 ชัยชนะ มีไว้พุ่งชน

ความประทับใจกิจกรรม KM ครั้งที่ 2

  • ทุกคนมีความสูขดีในการร่วมกันทำ KM ได้ทั้งความรู้ ความคิดใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงาน และปรับใช้ในชีวิตประจำวัน การร่วม KM ครั้งนี้ มีทั้งความรู้ที่เป็นไปตามวิชาการ และความรู้ที่มีทั้งความรู้ ความคิดที่แตกต่างไปจากเดิม


กล้าที่จะก้าวไปด้วยกัน KM ภาค 2
  • ศภ.2 ของเราพร้อมจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อบริการสังคมพร้อมมุ่งมั่นในการสร้าง Knowledge พัฒนาองค์ความรู้จนเป็นภูมิปัญญา คิดค้น ผลิตความรู้ใหม่เกิดนวัตกรรมในการบริหารจัดการสังคมได้ดี เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาสังคม และเกิดเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลา มาเถอะ มาร่วมใจกันสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็ง เพื่อถวายแก่พ่อหลวงของเรา ซึ่งท่านไม่เคยหยุดที่จะถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ราษฎรของท่านอยู่ดีกินดี เรามาช่วยกันแบ่งงานหนักที่พ่อหลวงของเราได้ทำไว้เพื่อเราทุกคน ขอจงทรงพระเจริญ
อายะจังเองนะ


สวัสดีปีใหม่ทุกๆคน ขอให้พรทุกอย่างที่ประเสริฐจงส่งผลให้คนทำงานสำเร็จดังหวังด้วยเทอญ

สู้ๆๆ อย่าย่อท้อกับอุปสรรคต่างๆ ทำทุกอย่างให้เต็มที่และดีที่สุด เชื่อเหอะ ฟ้ามีตา สักวันต้องเป็นวันของเรา ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกท่าน คร้าบบบบ....
รับข้อมูลจาก "http://www.ssmwiki.org/index.php/Lessons_learned_IPC2"
เครื่องมือส่วนตัว