Lesson learned Cost-Reduction
จาก SSM Wiki
ถอดบทเรียน การเสวนา การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนของ SMEs
- ผู้ดำเนินการอภิปรายโดย นายศุภโชค จูธารี – วิทยากรที่ปรึกษา คณะบุคคลไทยแลนด์แฟคทอรี่
- ผู้ประกอบกิจการที่เข้าร่วมการเสวนา รวม 7 ท่าน จาก 5 จังหวัด ดังนี้
- คุณวันชัย จิตตมานนท์กุล – กิจการผลิตไดนาโมรถยนต์ จังหวัดพิษณุโลก
- คุณศิริ วนสุวนิช – กิจการผลิตกล้วยตาก ไท ไท จังหวัดพิษณุโลก
- คุณอำพล ฉัตรไชยฤกษ์ – กิจการจำหน่ายจิวเวอรี่ จังหวัดตาก
- คุณชนินทร์ ทรงเมฆ – กิจการเลี้ยงสุกร และแปรรูปเนื้อสุกร จังหวัดตาก
- คุณไพศาล กิตติธรสมบัติ – กิจการผลิตน้ำแข็ง น้ำดื่ม ไอศครีม และนมพลาสเจอร์ไรซ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
- คุณจินดา กมลธรไท – กิจการผลิตภัณฑ์แปรรูปมะขาม จังหวัดเพชรบูรณ์
- คุณธีรเดช เรืองศิริ - กิจการจำหน่ายค้าปลีกและค้าส่งเคมีเกษตร จังหวัดเพชรบูรณ์
Q :ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่ผ่านมาครับ
A:คุณวันชัย
- เรามีการติดตามข่าวสารมาตลอด จึงมีการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยการเข้าฝึกอบรมสัมมนา ติดอาวุธทางปัญญาทั้งด้านการพัฒนากระบวนการผลิต และการตลาด แล้วนำความรู้ที่ได้รับมามองกระบวนการผลิตของเราเอง เพื่อหาวิธีการลดต้นทุน และพยายามมองลูกค้าให้ออกว่า ลูกค้าเราอยู่ที่ตรงไหน แสวงหาตลาดใหม่ๆ มีการว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเข้าช่วยมองและวิเคราะห์ปัญหา นำระบบบริหารคุณภาพ ISO มาใช้ เพื่อจัดทำให้กระบวนการทำงานเป็นมาตรฐาน มุ่งเน้นการพัฒนาพนักงาน ให้ความสำคัญด้านการเงิน และการบริหารเวลาทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
A:คุณศิริ
- มีการวางแผนขยายลูกค้าให้มากขึ้น ติดต่อธนาคารเพื่อหาเงินทุนหมุนเวียน ให้เกิดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ และพัฒนาตนเองโดยการเข้ามาเรียนหลักสูตร คปอ. กับทางภาครัฐ อีกกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในช่วงดังกล่าว คือ การหาพันธมิตรทางธุรกิจ สืบเนื่องมาจากเราไม่สามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าให้มีกำไรได้ เราจึงได้เปลี่ยนวิธีคิดใหม่จากเดิม มาเป็นการจ้างผู้ผลิตอื่นให้ทำการผลิตตามสูตรการผลิตของเรา ทำให้เราไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเรื่องสต็อควัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าแรงงานผลิต ฯลฯ เอง แล้วหันมามุ่งเน้นเรื่องการทำตลาด มองหาว่าลูกค้าเราอยู่ที่ไหน วิเคราะห์หาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้โดนใจผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เช่น ค้าผ่านห้างขนาดใหญ่พวกบิ๊กซี โลตัส สยามพารากอน สุดท้ายเราต้องดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และทำอย่างมีจริยธรรม คุณธรรม ยึดหลักอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
A:คุณอำพล
- ปรับทัศนคติโดยการมองวิกฤติให้เป็นโอกาส จัดสรรเวลาจากการทำงานส่วนหนึ่งมาหยุดคิดหาวิธีการ หลังจากนั้นจึงสมัครเข้ามาเรียนหลักสูตร คปอ. กับทางภาครัฐ เพื่อเรียนรู้ถึงวิธีการทำการค้าที่หลากหลายแตกต่างจากเดิม พยายามแสวงหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีราคาต่ำลง แต่คุณภาพไม่ด้อยไปกว่าเดิม มีการขยายการให้บริการด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของเรา เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ขยายตลาดจากเดิมที่ทำกับกลุ่มตลาดบน มาไล่ทำกับตลาดล่างด้วย และเกาะกระแสความนิยม เช่น อัญมณีมงคลตามวัน ราศี ปีเกิด เป็นต้น มีการทำกิจกรรมทางการตลาด เช่น การออกแฟร์ ทำโรดโชว์ต่างๆ และอีกประการคือ การมุ่งบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) โดยสรุปสั้นๆก็คือ เพิ่มความรู้ เพิ่มลูกค้าในสายอื่นๆ
A:คุณชนินทร์
- มุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงคุณภาพให้ดีกว่าคู่แข่ง พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในฟาร์ม เช่น เพิ่มอัตราการผลิตลูกหมูจากเดิม 16 ตัว/ปี/แม่หมู เป็น 27 ตัว/ปี/แม่หมู อีกทั้งมีการเสาะหาวัตถุดิบพวกอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ แต่ต้นทุนต่ำมาใช้ และนำเทคโนโลยีการผลิตอาหารสัตว์มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการปรับลดกำลังการผลิตลงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญที่เรามุ่งเน้นคือ พนักงานของเรา พยายามพัฒนาศักยภาพด้วยการฝึกอบรมต่างๆ และนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้
A:คุณไพศาล
- เริ่มมองโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ที่สามารถใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกันได้ เช่น เริ่มจากการผลิตน้ำแข็ง ก็ขยายมาเป็นการผลิตไอศครีม แล้วศึกษานำเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆมาใช้ โดยการลงทุนสั่งซื้อเครื่องทำไอศครีมอัตโนมัติจากประเทศอิตาลี ทำให้ลดการใช้แรงงานลง แต่เราไม่ได้เอาพวกเขาออก แต่เรานำเขามาฝึกฝนพัฒนาทักษะงานด้านอื่นที่เหมาะสม เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากที่เราได้เครื่องจักรนี้มาแล้ว ก็มองหาโอกาสใหม่โดยนำเครื่องจักรดังกล่าวมาใช้พลาสเจอร์ไรซ์นม ซึ่งสามารถหาวัตถุดิบน้ำนมได้ภายในท้องถิ่นด้วย ซึ่งจุดนี้ก็คือ การบริหารกำลังการผลิตเครื่องจักรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พยายามตัดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นออกก่อน ปลดภาระหนี้ที่มีปัญหาออกเพื่อช่วยให้กิจการเกิดสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น อย่าทำอะไรที่ใหญ่เกินตัวจนเกินไปเพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะแก้ไขได้ยาก
A:คุณจินดา
- เราประสบปัญหาจากวิกฤตินี้ไม่มาก เนื่องจากเราทำตลาดส่งออกจึงได้รับอานิสงค์จากค่าเงินบาทอ่อนตัว ทำให้รายได้เราไม่ตก แต่เมื่อย้อนกลับมามองยอดขายจะพบว่า ปริมาณการขายตกลง เราจึงไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้จึงเริ่มรัดเข็มขัด โดยใช้หลักลด ละ รุก ดังเช่น ลดค่าพลังงานไฟฟ้า ลดวันทำงานลงแต่ใช้การเปิดล่วงเวลาแทน ละความสะดวกสบายต่างๆ และรุกตลาดใหม่ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าให้ได้ด้วย ทั้งยังต้องควบคุมจำนวนคนงานให้เหมาะสมกับปริมาณงานด้วย และพยายามปลูกฝังจริยธรรมให้กับพนักงาน มีกิจกรรมเข้าแถวสวดมนต์ เคารพธงชาติทุกเช้าก่อนเริ่มทำงาน ทั้งนี้อยากฝากเพื่อนผู้ประกอบการให้ยึดหลัก ‘อดทน ควบคุมการใช้เงิน ระบบบัญชีสำคัญ และต้องอย่าลืมตัว’
A:คุณธีรเดช
- เราประสบปัญหาจากการที่ลูกค้ามีกำลังซื้อลดลง ทำให้ต้องหันกลับมาปรับแผนการทำงานใหม่ โดยลำดับแรกหันกลับมาดูสต็อกสินค้า พบว่า เรามีปุ๋ยถึง 10 ชนิดที่เราซื้อเข้ามาในช่วงก่อน ซึ่งทำให้เราต้องมีต้นทุนในการจัดการสต็อกเพิ่มขึ้น เราจึงเริ่มคัดกรองคู่ค้าจาก 10 ยี่ห้อ ให้เหลือเพียง 4 ยี่ห้อเท่านั้น โดยมององค์ประกอบทางธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกันและต้องเลือกคู่ค้าที่ได้มาตรฐานทั้งสินค้า บริการและการจัดการ เพื่อให้เราสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาเสนอลูกค้า เพราะผลิตภัณฑ์มันจะขายตัวมันเอง ทำให้เกิดการซื้อซ้ำ ซึ่งอีกประเด็นที่เราต้องนำมาพิจารณาในการเลือกซื้อวัตถุดิบก็คือ ความต้องการของลูกค้าและยึดมั่นในคุณภาพสินค้า โดยเราใช้การจ้างคนออกไปสำรวจตลาด พูดคุยกับลูกค้าถึงท้องถิ่นเขา จากนั้นเราก็ปรับการขายมาเป็นการจัดสายเร่ออกวิ่งเข้าหาลูกค้าถึงที่ และหาสินค้าอื่นแนวเดียวกันพ่วงไปขายด้วย เพื่อเป็นการประหยัดค่าขนส่ง
Q : อยากให้ท่านช่วยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่นำมาปฏิบัติได้จริงในธุรกิจ
A:คุณวันชัย
- เนื่องจากในธุรกิจของเรานั้น ต้นทุนด้านแรงงานคิดเป็นประมาณ 15-20% เท่านั้น แต่ต้นทุนหลักจะอยู่ที่ค่าวัตถุดิบ ดังนั้นเราจึงได้มุ่งเน้นเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัตถุดิบเป็นหลักก่อน โดยการพยายามควบคุมของเสีย ทั้งที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตและที่เกิดขึ้นจากการจัดเก็บ ทำให้เสื่อมสภาพ อีกทั้งยังมีต้นทุนในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ โดยวิธีการที่เรานำมาใช้ก็คือ หลักการของ 5 ส นั่นเอง ระมัดระวังเรื่องความถูกต้องของการจัดซื้อวัสดุต่างๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิเคราะห์กระบวนการต่างๆ โดยการศึกษาเวลาทำงานในกระบวนการต่างๆ ตามหลักของเสีย 7 ประการ (7 waste) มีการนำ QCC มาวิเคราะห์ค้นหาปัญหาจากข้อมูลด้วยเครื่องมือคุณภาพทั้ง 7 (7 QC Tools) ทั้งนี้เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องมีทีมงานที่ดี ที่สามารถตอบสนองกิจกรรมต่างๆข้างต้นได้ด้วย
A:คุณศิริ
- เริ่มจากการพัฒนาตนเองโดยการเรียนรู้แผนธุรกิจ แล้วต้องนำมาทบทวนเพื่อมาประยุกต์ปฏิบัติ โดยแผนธุรกิจประกอบไปด้วย 4 แผนย่อย ดังนี้ แผนการผลิต แผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด และแผนการเงิน ส่วนตัวอย่างที่เราทำ อาทิเช่น หาวิธีลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตโดยการหาทำเลที่ตั้งโรงงานที่มีปัจจัยสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการตากกล้วย โดยมีการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งจุดนี้เองทำให้เราสามารถลดต้นทุนการผลิตกล้วยตากลงได้ถึง 60% ทำให้สามารถนำกำไรในส่วนนี้มาเล่นโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ ส่วนด้านการขนส่งสินค้า เราทำการตกลงกับลูกค้ารายใหญ่เรื่องรอบการส่งเป็นรายสัปดาห์ทุกวันพุธ ทำให้เราสามารถพ่วงการค้าปลีกไปกับรถขนส่งได้ด้วย และเที่ยวกลับเราก็ตกลงกับผู้ค้าวัตถุดิบให้เราว่าเราจะไปรับวัตถุดิบในวันกลับ ทำให้เราไม่ต้องตีรถเปล่า และสามารถต่อรองราคาวัตถุดิบที่สั่งซื้อลงได้อีก เนื่องจากทางเราเป็นผู้รับภาระการจัดส่งเอง สิ่งสำคัญอีกประการก็คือ เราต้องเน้นการควบคุมดูแลต้นทุนทุกด้านอยู่ตลอดเวลา เริ่มทำกิจกรรม 5 ส ในสถานประกอบการเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย อีกเรื่องที่เราทำก็คือ การนำของเหลือที่เกิดจากการผลิต เช่น น้ำเชื่อมที่ได้จากการตากกล้วยมาทำเป็นบานาน่าไซรัป ซึ่งมีราคาสูงถึง 480 บาทต่อกิโลกรัม ได้อีกด้วย
A:คุณอำพล
- เราเริ่มต้นจากการหาความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ และหาข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆ มองหาพันธมิตรทางธุรกิจ เนื่องจากเราเป็นธุรกิจค้าพลอย ซึ่งมีต้นทุนสินค้าค่อนข้างสูง จึงต้องมีการเสาะหาแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ แต่ทำให้เรามีต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิม อีกทั้งส่งพนักงานจัดซื้อไปอบรมความรู้ที่สถาบันอัญมณีฯ เพื่อให้เกิดทักษะในการดูคุณภาพวัตถุดิบที่ซื้อมา ป้องกันการสั่งซื้อผิดอันจะนำมาสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้การควบคุมสต็อคสินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบริหารจัดการควบคุมให้มีปริมาณที่เหมาะสม และต้องควบคุมบัญชีงบดุลอยู่ตลอด ส่วนการตลาดก็ต้องเริ่มออกงานแฟร์แสดงสินค้า โรดโชว์ เพื่อเพิ่มยอดขายอีกทางด้วย
A:คุณชนินทร์
- เราเริ่มต้นจากการฝึกอบรมให้ความรู้กับพนักงานก่อน แล้วจึงเริ่มทำโครงการลดต้นทุนด้านพลังงาน เช่น การปรับเวลาสตาร์ทมอเตอร์ การเปลี่ยนเวลามาทำงานในช่วงที่ไม่ใช่ peak load เป็นต้น ใช้การอนุรักษ์พลังงานโดยการหุ้มฉนวน เพื่อลดการสูญเสียพลังงานความร้อน ซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามแผนเพื่อลดเวลาสูญเสียอันเกิดจากเครื่องเสีย (breakdown) อีกทั้งพยายามใช้วัตถุดิบให้หมดและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการปรับปรุงพื้นที่จัดไลน์การผลิตใหม่เพื่อลดความสูญเปล่าในเรื่องการขนย้ายและการเคลื่อนไหว ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลง ทำให้สามารถแข่งขันทางการตลาดได้ นอกจากนั้นเรื่องค่าแรงงานก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย โดยอาจปรับลดวันทำงาน ลดค่าล่วงเวลา ควบคุมจำนวนคนให้สัมพันธ์กับปริมาณงาน พยายามกำหนดเป้าหมายให้พนักงานแล้ววัดงานออกมาให้ได้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อีกทางหนึ่งด้วย
A:คุณไพศาล
- อันดับแรกต้องหันมามองบัญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งกิจการผมพบว่า ค่าไฟฟ้าเป็นค่าใช้จ่ายหลัก เราจึงไปปรึกษากรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งได้รับคำแนะนำให้เริ่มเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในแต่ละจุด เช่น สตรีมไอน้ำ ปั๊มลม มอเตอร์ต่างๆ ซึ่งมีใช้จำนวนมาก แล้วทำแผนการเปิดปิดใช้งานให้เหมาะสม และวางแผนลงทุนทยอยเปลี่ยนใหม่ในบางส่วน อีกทั้งหาวิธีการนำพลังงานน้ำกลับมาใช้ใหม่ ปรับเวลาการทำงานโดยหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วง peak load เช่น ช่วง 22:00-06:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าไฟฟ้าจะถูก เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้เราสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ถึงแสนบาท ซึ่งเราก็นำต้นทุนที่ลดได้จากจุดนี้บางส่วนมาเพิ่มเบี้ยขยันให้กับพนักงานแทน แต่ทั้งนี้การลงทุนต่างๆ อยากให้ท่านนำตัวเลขมาเปรียบเทียบหาจุดคุ้มทุนด้วยทุกครั้ง
A:คุณจินดา
- แนวทางที่เรานำมาใช้ลดต้นทุน เช่น การลดวันทำงานลง แต่จ่ายเป็นค่าล่วงเวลาแทน และพยายามพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ นำวิธีการตั้งเป้าหมายและจ่ายเบี้ยขยันตามผลงานมาใช้ พิจารณานำงานบางส่วนออกจัดจ้างภายนอก (outsource) เพราะเราสามารถจ่ายเงินตามปริมาณงานที่ได้จริง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงานในรูปแบบต่างๆ และลดค่าขนส่งสินค้า โดยพยายามวางแผนการบรรทุกต่อเที่ยวให้คุ้มค่าที่สุด สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีวิสัยทัศน์ คิดอยู่ตลอด ต้องรู้จักคาดการณ์ และหาแผนรองรับอยู่เสมอครับ
A:คุณธีรเดช
- สิ่งที่เราพยายามลดต้นทุนอย่างมากในธุรกิจเราก็คือ การพัฒนาระบบการขนส่งหรือโลจิสติกส์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะถือเป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของธุรกิจอย่างเรา โดยการลดจำนวนเที่ยวรถส่งสินค้า แต่ก็ต้องหาทางเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าต่อเที่ยวให้มากขึ้นด้วย ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อเรามียอดสั่งซื้อจำนวนมากพอ ดังนั้นจึงต้องคิดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายให้ไปจูงใจลูกค้า เช่น กลยุทธ์ลด แลก แจก แถม เป็นต้น แต่ต้องทำบนพื้นฐานของข้อมูลอยู่ตลอด พยายามสร้างความน่าเชื่อถือในตัวผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าให้มากที่สุด บางครั้งก็ต้องอัพเดตข้อมูลข่าวสาร แนวโน้มราคาสินค้าต่างๆ ให้ลูกค้าได้ทราบเพราะมันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ความเชื่อถือและเกิดการซื้อสินค้าซ้ำๆ ถ้าข้อมูลข่าวสารที่เราให้เขามีความถูกต้อง แม่นยำ ตามที่เราคาดการณ์
เอาล่ะครับ!! ทีนี้ท่านผู้ประกอบการทุกท่านคงได้รับความรู้จากประสบการณ์ดีๆที่ท่านทั้งหลายได้สละเวลามาแบ่งปันให้กับพวกเราทุกคนนะครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะขอสรุปสั้นๆ ถึงหลักคิดของผู้ประกอบการในการพัฒนาวิสาหกิจของท่าน 9 ข้อ ดังนี้
- คิดบวก / มองอย่างมีวิสัยทัศน์ / พยายามปรับตัวมองวิกฤติให้เป็นโอกาส
- หาความรู้ / ข่าวสารเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
- ทำแผนธุรกิจให้ชัดเจน ซึ่งมี 4 แผนย่อยคือ แผนการเงิน แผนการตลาด แผนการผลิต และแผนการบริหารจัดการ
- หาพันธมิตรทางธุรกิจ / ที่ปรึกษามาเป็นผู้ช่วยคิด
- มองบัญชีค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ
- พัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง
- สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงานทุกคน
- เน้นระเบียบวินัยและการทำงานแบบมีส่วนร่วม (ทีมเวิร์ค)
- ประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และจริยธรรม
และสุดท้าย อยากฝากคำแนะนำ 6 ข้อ จากท่าน อ.ดารัตน์ (ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ) ที่ได้กล่าวถึง SME ที่เข้าสัมมนาที่นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา
- เน้นการทำตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ -โดยการเข้าไปหาลูกค้าแทนการรอลูกค้ามาหา
- หาสินค้าใหม่ๆ มาปรับเพิ่มเติมอยู่เสมอ -โดยการเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อยู่ตลอด
- คุณภาพต้องไม่ลด –โดยยึดหลักง่ายๆว่า ‘ลดต้นทุนต้องไม่ลดคุณภาพ’
- พยายามนำการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้เพื่อให้เราเป็นผู้นำด้านต้นทุน –โดยการเน้นการจัดการเครือข่ายแบบห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เช่น การบริหารจัดการสต็อกให้เกิดสมดุลและเหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาปรับปรุงระบบการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ เป็นต้น
- ยืดหยุ่นปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
- ต้องไม่ลืมเสริมสภาพคล่องทางด้านการเงิน
เอาล่ะครับ ขอให้ผู้ประกอบการทุกท่านโชคดีในการดำเนินธุรกิจ และหากมีข้อสงสัยประการใดติดต่อ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 โทร. 055-282957-9 ครับ ... สวัสดี zzz
