GMS-EC
จาก SSM Wiki
โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ(Greater Mekong Subregional Economic Cooperation : GMS-EC)
ความเป็นมา
- 1. ธนาคารพัฒนาแห่งเอเซีย (Asian Development Bank : ADB) ให้ความช่วยเหลือทาง วิชาการเพื่อศึกษาการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregional Economic Cooperation : GMS-EC ) หรือหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา-จีนตอนใต้-พม่า-ลาว-เวียดนาม-ไทย มาตั้งแต่ปี 2535 โดยการศึกษาเป็น 3 ระยะ
- - การศึกษาระยะที่ 1 เป็นการกำหนดขอบเขตโครงการแต่ละสาขาความร่วมมือที่มีโอกาสในการพัฒนา แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2536 ประกอบด้วยสาขาต่างๆ 8 สาขา ได้แก่
- (1) สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า
- (2) สาขาคมนาคมขนส่ง
- (3) สาขาการลงทุน
- (4) สาขาการสื่อสารโทรคมนาคม
- (5) สาขาพลังงาน
- (6) สาขาท่องเที่ยว
- (7) สาขาสิ่งแวดล้อม
- (8) สาขาการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
- - การศึกษาระยะที่ 2 เมื่อปี 2538 ได้กำหนดแผนการดำเนินงาน และจัดลำดับความสำคัญของโครงการความร่วมมือ
- - การศึกษาระยะที่ 3 เป็นการจัดทำวิสัยทัศน์การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน อนุภูมิภาคฯ การแปรแผนไปสู่การปฏิบัติ และดำเนินการตามโครงการที่ได้จัดลำดับความสำคัญไว้
- - การศึกษาระยะที่ 1 เป็นการกำหนดขอบเขตโครงการแต่ละสาขาความร่วมมือที่มีโอกาสในการพัฒนา แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2536 ประกอบด้วยสาขาต่างๆ 8 สาขา ได้แก่
- 2. วัตถุประสงค์
- - ส่งเสริมการขยายตัวทางการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม เกษตร บริการ เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงาน และยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้ดีขึ้น
- - ส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยี และการศึกษาระหว่างกัน
- - ให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- - เพิ่มขีดความสามารถและโอกาสการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
- 3. พื้นที่โครงการ
- พื้นที่โครงการประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) สปป. ลาว สหภาพพม่า เวียดนาม และไทย
- พื้นที่โครงการของไทย ประกอบด้วย
- - ภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน และตาก
- - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ นครพนม เลย สกลนคร หนองคาย อุดรธานี อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และมุกดาหาร
- - ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี และสระแก้ว
กลไกการดำเนินการ
- 4. การประชุม
- - การประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง 6 ประเทศ เป็นรายสาขา
- - การประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโส ปีละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาทบทวนกลั่นกรองการดำเนินงานในด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการเข้ามามีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกให้มากขึ้น ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโส มาแล้ว 11 ครั้ง ครั้งที่ 11 จัดขึ้นที่ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 23-25 กันยายน 2545
- - การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregional Economic Cooperation : GMS-EC) เป็นครั้งแรก ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2545 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
ความคืบหน้าการดำเนินงานสาขาต่างๆ
- 5 สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า
- คณะทำงานสาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้าจัดประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง โดยในการประชุมครั้งแรกจัดที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2542 ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ 9 กิจกรรม สำหรับการประชุมครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2544 ทั้งสองการประชุมได้มีการกำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการ และเน้นผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว ดังนี้
- กิจกรรมที่ดำเนินการได้ทันที
- (1) จัดตั้งหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อหารือและประสานงานระหว่างภาครัฐบาลกับเอกชน เพื่อให้การค้าเป็นไปด้วยความสะดวก และรวดเร็ว
- (2) ศึกษากฎระเบียบ ขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับพิธีการศุลกากรในการตรวจปล่อยสินค้า ณ จุดชายแดนที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า ระยะเวลา และต้นทุนที่เกิดขึ้นในการเคลื่อนย้ายสินค้า และจัดสัมมนาเผยแพร่ให้แก่ผู้สนใจทั่วไป
- กิจกรรมที่ดำเนินการได้ทันที
- กิจกรรมที่ 1 และ 2 นี้ ESCAP ให้การสนับสนุน ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่แล้วในประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยการให้ความช่วยเหลือในลักษณะของการฝึกอบรม และจัดทำเอกสารเผยแพร่แก่ผู้สนใจ รวมถึงการจัดประชุมสัมมนาในลักษณะของ workshop
- (3) ดำเนินโครงการนำร่องซึ่งประกอบด้วยมาตรการและการดำเนินงานต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกทางการค้าในแนวเขตพื้นที่เศรษฐกิจ East-West Corridor ที่เชื่อมโยงสหภาพพม่า-ไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม เพื่อให้กิจกรรมทางการค้าเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และผสมผสานกับกิจกรรมด้านการลงทุน และการท่องเที่ยว
- (4) ความร่วมมือด้านศุลกากร ซึ่งในการประชุมครั้งแรกของ Customs Subgroup ระหว่างการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรี ครั้งที่ 9 ที่ประชุมเห็นชอบประเด็นต่างๆ ได้แก่ การตรวจปล่อยสินค้าจุดเดียว การปรับประสานการบริหารงาน ขั้นตอน และพิธีการศุลกากร ให้เป็นแบบเดียวกันและง่ายขึ้น และแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับกฎ ระเบียบด้านศุลกากรระหว่างกัน
- สำหรับกิจกรรมที่ 3 และ 4 ได้รับความช่วยเหลือจาก ADB ซึ่ง ADB ได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับกรมศุลกากรของไทยในการจัดประชุม Customs Subgroup ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2544 ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งที่ประชุมได้จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม 3 เรื่อง ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ดังนี้
- - Single stop inspection and Single window inspection มีวัตถุประสงค์เพื่อความสอดคล้องและอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร ณ จุดชายแดนร่วมของประเทศสมาชิก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยในชั้นแรกที่ประชุมเห็นว่า ควรเริ่มจาก Single stop inspection ก่อน เนื่องจากมีความซับซ้อนน้อยกว่า Single window inspection ในเรื่องนี้ ที่ประชุมคณะทำงานสาขา ครั้งที่ 2 ได้เห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการนำร่องทางด้านศุลกากร Single stop inspection โดยในเบื้องต้น ให้เริ่มดำเนินการที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร (ไทย)-ด่านสะหวันนะเขต (สปป.ลาว) และด่านศุลกากรอรัญประเทศ (ไทย)-ปอยเปต (กัมพูชา) ก่อน ผลของโครงการนำร่องดังกล่าวนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าของไทย ณ บริเวณด่านชายแดนให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นการส่งเสริมปริมาณการค้าระหว่างประเทศสมาชิกให้ขยายตัวสูงขึ้น และหากการดำเนินโครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ก็จะได้ขยายการดำเนินการไปยังด่านศุลกากรชายแดนอื่นๆ ต่อไป
- - ความโปร่งใสในการปฏิบัติงานด้านศุลกากร โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าระหว่างกัน ทั้งด้านกฎระเบียบ สถิติการค้า และอัตราภาษีศุลกากร โดยจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ และเผยแพร่ให้แก่ภาคเอกชนรับทราบ รวมถึงการปรับระเบียบพิธีการศุลกากรให้เป็นแบบเดียวกันและง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน
- - การปฏิบัติตามอนุสัญญาเกียวโต โดยมุ่งพัฒนาและสนับสนุนกลไกในการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ตามที่ได้มีการทบทวนใน Kyoto Convention 2000 ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาและบริหารงานด้านศุลกากรแนวใหม่ ที่เน้นการลดเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบสินค้าโดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย
- กิจกรรมที่ดำเนินการได้ในระยะต่อไป
- (1) พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร โดยรวบรวมข้อมูล ระเบียบปฏิบัติทางการค้า ระบบเอกสาร การตรวจปล่อยสินค้า ณ จุดชายแดน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และนำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ทั้งนี้ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ ในเรื่องนี้ ที่ประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 2 ได้เห็นชอบกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้า และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนระหว่างประเทศสมาชิก GMS เพราะจะช่วยให้การวางแผน และกำหนดนโยบายทางการค้าของประเทศสมาชิกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยพัฒนาระบบ ข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีความสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น
- (2) ขยายความตกลงทางการค้าทวิภาคีที่มีอยู่แล้วเป็นความตกลงทางการค้าในระดับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อให้การค้าระหว่างกันดำเนินไปได้โดยเร็ว
- (3) ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร เพื่อพิจารณาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบด้านสุขอนามัยพืช สัตว์ และสินค้าประมง การควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร ศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรร่วมกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพ เพิ่มผลผลิต และขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน ซึ่งในที่ประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 2 ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรของไทย ได้เสนอแนวทางความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรระหว่างกัน 3 เรื่อง ได้แก่
- 1) การร่วมกันวิจัยเกี่ยวกับ Pre and Post Harvest Technology
- 2) การร่วมกันพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
- 3) มาตรฐานของระบบการตรวจสอบการควบคุมคุณภาพ และ SPS
- (4) การจัดตั้งกลไกการยุติข้อพิพาท เพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้น
- (5) สร้างระบบการชำระเงิน โดยพิจารณาสกุลเงินที่ใช้ในการค้า เอกสารประกอบการชำระเงิน และประเด็นอื่นๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่นักธุรกิจที่จะเข้าไปทำธุรกิจ
- 6. สาขาคมนาคมขนส่ง
- กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ได้เร่งรัดพัฒนาโครงข่ายคมนาคมหลักในพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridors) การดำเนินโครงการที่อยู่ในลำดับความสำคัญ ได้แก่
- พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงตามแนวเขตเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก
- - เส้นทางถนนเมาะละแหม่ง(พม่า)-แม่สอด-มุกดาหาร(ไทย)-สะหวันนะเขต(ลาว)- ดานัง(เวียดนาม) โดยมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงจากมุกดาหารไปแขวงสะหวันนะเขต บนเส้นทางหมายเลข 9 ต่อไปยังดานัง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นในการออกแบบและให้เงินกู้
- - เส้นทางถนนกรุงเทพฯ-พนมเปญ-โฮจิมินห์ซิตี้-วังเตา
- - เส้นทางถนนเชื่อมโยงไทย-ลาว-เวียดนาม ในเส้นทางเชื่อมโยงคุนหมิง-ฮานอย-ไฮฟอง และการพัฒนาต่อเนื่องจากความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ 4 ฝ่าย (ไทย-พม่า-ลาว-จีน) ตลอดจนการพิจารณารูปแบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินร่วมกันระหว่างไทย จีน และ ADB แก่ สปป.ลาว เพื่อพัฒนาปรับปรุงเส้นทางถนนสาย R3 (เชียงราย-คุนหมิง ผ่านสปป.ลาว)
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมของประเทศไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของสปป.ลาว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของประเทศเวียดนาม ได้ร่วมลงนามในความ ตกลงแก้ไขว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างไทย-สปป.ลาว- เวียดนาม จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศกัมพูชา ได้ลงนามใน Instrument of Accession เพื่อเข้าร่วมเป็นภาคีในความตกลงดังกล่าวด้วย
- พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงตามแนวเหนือ-ใต้ มี 3 เส้นทาง ได้แก่
- - เส้นทางเชียงของ(เชียงราย)-หลวงน้ำทา (ลาว)-บ่อเต้น-เชียงรุ้ง (จีน) –คุนหมิง ซึ่งไทยและจีนจะจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ลาวในการก่อสร้างเส้นทางเชียงของ-หลวงน้ำทา-บ่อเต้น
- - เส้นทางแม่สาย (เชียงราย)-ท่าขึ้เหล็ก (พม่า)-เชียงตุง-ต้าหลั่ว (จีน)-เชียงรุ้ง-คุนหมิง โดยใช้งบประมาณของพม่า
- - เส้นทางห้วยโก๋น(น่าน)-ปากแบ่ง(ลาว)-อุดมไชย-บ่อหาน(จีน)-เชียงรุ้ง-คุนหมิง รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือในการออกแบบถนนส่วนที่จำเป็นต้องปรับปรุงช่วงห้วยโก๋น-ปากแบ่ง ระยะทาง 42 กิโลเมตร
- 7. สาขาการลงทุน
- - ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน
- - ปรับปรุงกฎระเบียบด้านการลงทุน
- - สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยจัดตั้ง GMS Business Forum เพื่อหารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาคเอกชน ซึ่งหอการค้าไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2543 ณ กรุงเทพฯ โดยจะร่วมมือกันในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสมาคมธุรกิจ จัดฝึกอบรมด้านการจัดการให้กับภาคธุรกิจ จัดตั้งศูนย์สนับสนุนนักธุรกิจ เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อการส่งออกของ SMEs
- 8. สาขาการสื่อสารโทรคมนาคม
- - เร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายวงรอบด้านตะวันออก (East Loop) พัฒนาโครงข่ายวงรอบด้านตะวันตก (West Loop) และพัฒนาโครงข่ายวงรอบด้านเหนือ (North Loop) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก
- - การดำเนินการ Phase I Backbone Network รวมทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบ และนโยบายสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงการที่มีลำดับความสำคัญสูงของแผนงาน GMS ในช่วงปี 2001-2003 ที่มุ่งให้ประเทศ GMS ใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology: ICT) และระบบ Internet ในกลุ่ม GMS
- 9. สาขาพลังงาน
- - ร่วมมือด้านพลังงานทั้งการซื้อขายไฟฟ้า และการสร้างเครือข่ายสายส่งในอนุภูมิภาค
- - พัฒนาระบบสายส่งโครงการจิงหงเป็นสายส่งหลัก (Mauor Transmission Line) ของอนุภูมิภาค
- - พัฒนาพลังงานให้เพียงพอเพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่เศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตกในอนาคต
- - การจัดทำ Master Plan for Power Interconnection ซึ่งขณะนี้ คณะที่ปรึกษาได้จัดทำรายงานการศึกษาขั้นกลางแล้วเสร็จ และอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาโดยคณะทำงานด้านพลังงาน (EGP)
- 10. สาขาการท่องเที่ยว
- - สนับสนุนภาคเอกชนเปิดธุรกิจท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีระหว่างกันทั้งทางบก น้ำ และอากาศ และพัฒนาอุตสาหกรรมสินค้าที่ระลึกควบคู่กันไป
- - ปรับปรุงและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ กำหนดเส้นทางบินใหม่และการอำนวยความสะดวกด้านการผ่านแดน
- - เสริมสร้างบทบาทและขีดความสามารถของศูนย์ประสานงานด้านการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (AMTA) ให้เป็นกลไกการประสานงานหลัก
- - ปรับรูปแบบการดำเนินงาน จากระดับโครงการเป็นระดับแผนงานรวม เพื่อให้เป็นแผนงานแบบผสมผสานครอบคลุม และเชื่อมโยงระหว่างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับสาขาความร่วมมืออื่นๆใน GMS
- - ADB และเจ้าหน้าที่อาวุโสจะทำการสำรวจความเป็นไปได้ของแนวคิดที่จะให้มีสายการบิน GMS โดยให้ทุกประเทศสมาชิกมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ให้คณะทำงานด้านการท่องเที่ยวนำประเด็นนี้ขึ้นหารือในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป นอกจากนี้ รัฐมนตรีกัมพูชาได้เสนอให้มีการใช้ GMS Visa เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
- 11. สาขาสิ่งแวดล้อม
- - ร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหา Transborder environmental issues รวมทั้งการ ตัดไม้ทำลายป่า และการค้าของป่าและสัตว์ผิดกฎหมาย
- - การดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งในด้านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เศรษฐกิจ ควรพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้นโดยรวม
- - ให้ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมเทคโนโลยีของกรมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลางทางวิชาการและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาค
- 12 สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
- - จัดตั้งเครือข่ายการดำเนินงานด้านทรัพยากรมนุษย์ของ GMS เพื่อระดมแหล่งเงินทุนและเงินช่วยเหลือจากประเทศที่สามสำหรับการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
- - สนับสนุนแผนงาน/โครงการศึกษาที่ได้รับความช่วยเหลือจาก ADB โดยเฉพาะปัญหาโรคเอดส์ ปัญหาโรคระบาดลริเวณชายแดน
- - พัฒนาความร่วมมือด้านสังคม โดยเฉพาะกฎระเบียบ/หลักเกณฑ์ด้านแรงงานและการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในอนุภูมิภาค เพื่อรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในพื้นที่ตะวันออก-ตะวันตก
- - ฝึกอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน
อ่านต่อ GMS Strategic Framework 2001-2010
สำนักเอเชียตะวันออก กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กุมภาพันธ์ 2546
