Contract Farming ลาว

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
Contract Farming:การเกษตรแบบมีสัญญา
การเกษตรแบบมีสัญญา   Contract Farming ลาว   Contract Farming กัมพูชา   Contract Farming พม่า

Contract Farming ใน ลาว

  • Contract Farming เป็นการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงปศุสัตว์ที่มีการทำสัญญาซื้อขายกันล่วงหน้าระหว่างผู้รับซื้อกับเกษตรกร ผู้รับซื้อจะให้หรือขายปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์และปุ๋ย แก่เกษตรกรโดยกำหนดราคาประกันรับซื้อไว้ ในบางกรณีที่ไม่มีการกำหนดราคาประกันก็จะทำสัญญาซื้อขายผลผลิตกัน เพื่อประโยชน์ในการช่วยลดความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของราคาผลผลิตและปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร
  • ปัจจุบันภาคเอกชนไทยเริ่มสนใจทำContract Farming ในประเทศเพื่อนบ้านโดยมีลาวเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญ นอกเหนือจากการขอสัมปทานที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกโดยตรง เนื่องจากอุปทานผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของไทยเริ่มขาดแคลน ขณะที่พื้นที่จำนวนมากในลาวยังไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง
  • ภายหลัง Contract Farming ได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือสาขาการเกษตรและอุตสาหกรรมภายใต้ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady -Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ไทยสามารถนำเข้าผลผลิตที่เพาะปลูกได้จากโครงการ Contract Farming ในลาวและประเทศสมาชิก ACMECS อื่นๆ โดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและไม่ต้องมี ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) การทำ Contract Farming จึงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้นเป็นลำดับ
  • เป็นที่น่าสังเกตว่าลาวเป็นเพื่อนบ้านที่นักลงทุนไทยนิยมเข้าไปประกอบธุรกิจการเกษตรด้วยการทำ Contract Farming ในปัจจุบัน โดยด่านศุลกากรที่นำร่องอนุญาตให้มีการนำเข้าผลผลิตในโครงการส่งเสริมการทำ Contract Farming ภายใต้ ACMECS ระหว่างลาวและไทยคือ ด่านศุลกากรท่าลี่ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเหือง ซึ่งเชื่อมต่อชายแดนจังหวัดเลยของไทยกับแขวงไซยะบุรีของลาว สินค้าเกษตรที่อยู่ภายใต้โครงการจำนวน 10 รายการ ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ละหุ่ง มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน มะม่วงหิมพานต์ ยูคาลิปตัส ลูกเดือย ละถั่วเขียวผิวมัน

ขั้นตอนการทำ Contract Farming ในลาว มีดังนี้

1) การขอเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการทำ Contract Farming ภายใต้ ACMECS (จังหวัดเลย-แขวงไซยะบุรี) ผู้ประกอบการจะต้องจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรท่าลี่ รวมทั้งต้องแจ้งชนิดของพืชที่เพาะปลูก แหล่งเพาะปลูก จำนวนพื้นที่ทำ Contract Farming และปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะเพาะปลูกได้ เพื่อขอรับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าผลผลิตเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากด่านศุลกากรภายใต้โครงการดังกล่าวยังจำกัดอยู่เพียงด่านเดียว การทำ Contract farming ในบริเวณที่ห่างไกลออกไปอาจไม่คุ้มกับต้นทุนการขนส่งผลผลิตผ่านด่านศุลกากรท่าลี่ ตัวอย่างผู้ประกอบการไทยที่ทำ Contract farming ภายใต้ ACMECS ได้แก่ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเข้าไปทำการปลูกข้าวโพดกับเกษตรกรในแขวงไซยะบุรี
2) การขออนุญาตเข้าลงทุนทำ Contract farming ในลาว มี 2 ทางเลือกดังนี้
•ติดต่อกรมส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนภายในและต่างประเทศของลาว (Department of Domestic and Foreign Investment : DDFI) ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าไปทำ Contract Farming ในลาวสามารถเริ่มต้นด้วยการขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโดยตรงกับDDFI ในกรุงเวียงจันทน์ของลาว เนื่องจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสามารถติดต่อขอทำ Contract Farming ได้ในทุกแขวงของลาวและจะได้รับความสะดวกมากขึ้นในการติดต่อกับภาครัฐในแขวงต่างๆภายหลังผ่านความเห็นชอบจากส่วนกลางแล้ว
• ติดต่อแขวงที่ต้องการเข้าไปลงทุน ผุ้ประกอบการวามารถติดต่อขออนุญาตทำ Contract Farming ได้โดยตรงกับแขวงที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งแขวงส่วนใหญ่ตอบรับการเข้าไปลงทุนทำ Contract Farming ของผู้ประกอบการเป็นอย่างดี เนื่องจากต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนท้องถิ่นในลาว โดยแขวงส่วนใหญ่มีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนวงเงินไม่เกิน 3ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้น แขวงจำปาสัก แขวงสะหวันนะเขต แขวงหลวงพระบาง และกรุงเวียงจันทน์สามารถอนุมัติโครงการลงทุนวงเงินสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การขออนุญาตลงทุนโดยตรงกับแขวงจะจำกัดการลงทุนอยู่พาะในแขวงนั้น เนื่องจากแต่ละแขวงของลาวมีการบริหารงานแยกจากกันโดยเด็ดขาด
  • ทั้งนี้มีข้อแนะนำว่าผู้ลงทุนควรเริ่มจากการติดต่อขอการสนับสนุนจากเจ้าแขวงซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแขวงเพื่อช่วยให้การดำเนินงานต่างๆเป็นไโดยสะดวก แต่ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญกับความล่าช้าและไม่ชัดเจนของขั้นตอนดำเนินการขออนุญาตลงทุนในบางครั้ง โดยเฉพาะแขวงที่การลงทุนยังมีไม่มากนัก
3) การประชาสัมพันธ์จูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการและสอนวิธีเพาะปลูกที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกร เนื่องจากในช่วงเริ่มต้นเกษตรกรมักยังไม่คุ้นเคยกับพืชที่ผู้ลงทุนนำเข้าไปทำ Contract Farming จึงยังไม่มีความรู้และความชำนาญในการเพาะปลูก รวมทั้งไม่มั่นใจว่าเมื่อเพาะปลูกแล้วจะเป็นแหล่งรายได้ที่เพียงพอสำหรับการยังชีพได้
4) การติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของการเพาะปลูกเป็นระยะๆ เนื่องจากเกษตรกรในลาวขาดประสบการณ์ในการเพาะปลูก จึงมักไม่เข้าใจกรรมวิธีการเพาะปลูกและอาจละเลยบางขั้นตอนที่สำคัญในกระบวนการเพาะปลูก
5) การรับซื้อผลผลิตตามสัญญาที่ทำไว้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรรวมถึงหน่วยงานในภาครัฐของลาว ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรยินดีเข้าร่วมโครงการ Contract Farming มากขึ้น

ปัจจัยที่ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจทำ Contract Farming ในลาว มีดังนี้

1) ผู้ลงทุนควรพิจารณาวิธีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับชนิดของพืชที่ต้องการเพาะปลูก นอกเหนือจากการทำ Contract Farming ผู้ลงทุนยังสามารถขอสัมปทานพื้นที่ทำการเกษตรโดยว่าจ้างคนในพื้นที่มาเป็นแรงงานเพาะปลูก ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชบางชนิดที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างดี ทั้งยังเอื้อต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการเพาะปลูกและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้
2) การทำ Contract Farming ในลาวอาจต้องใช้เวลานานในการคืนทุน เนื่องจากผลผลิตที่ได้ในช่วงแรกอาจยังมีคุณภาพและปริมารผลผลิต/ไร่ ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เพราะเกษตรไม่มีความเชี่ยวชาญในการเพาะปลูกประกอบกับการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการขิงเกษตรกรอาศัยความไว้วางใจเป็นหลัก ทำให้การขยายพื้นที่เพาะปลูกทำได้ช้า
3) ผู้ประกอบการต้องรวบรวมผลผลิตเอง เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่มีพาหนะขนส่งเป็นของตนเอง
เครื่องมือส่วนตัว