Contract Farming พม่า

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
Contract Farming:การเกษตรแบบมีสัญญา
การเกษตรแบบมีสัญญา   Contract Farming ลาว   Contract Farming กัมพูชา   Contract Farming พม่า


Contract Farming ในพม่า

  • การทำ Contract Farming ในประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงพม่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดของไทยเริ่มขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นตามแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูปของไทย ทำให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มให้ความสนใจจัดหาแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรจากภายนอกประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับนับตั้งแต่ปี2546 รัฐบาลไทยเริ่มส่งเสริมการทำ Contract Farming ในประเทศเพื่อนบ้านภายใต้ ACMECS อย่างจริงจัง ส่งผลให้การทำ Contract Farming ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้นเป็นลำดับ
พม่า เป็นประเทศที่มีพื้นที่สำหรับการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้มากถึง 66.75 ล้านไร่ หรือราวร้อยละ 16 ของพื้นที่ทั้งหมดในพม่า ทั้งยังมีทรัพยากรน้ำและดินที่อุดมสมบูรณ์ มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ประกอบกับรัฐบาลพม่ามีนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ ในภาคเกษตรกรรม เพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมในประเทศซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของพม่าด้วยสัดส่วนราวร้อยละ 43 ของ GDP โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพาะปลูกของพม่าในลักษณะการทำ Contract Farming ในช่วงที่ผ่านมามีภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนปลูกพืชในพม่าบ้างแล้ว คาดว่าความตกลงที่เป็นรูปธรรมภายใต้โครงการ Contract Farming ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่าจะช่วยสนับสนุนให้การลงทุนของภาคเอกชนไทยได้รับความสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

* จุดเริ่มต้นและความคืบหน้าที่สำคัญของการทำ Contract Farming ในพม่า พอสรุปได้ดังนี้

1) วันที่ 2 ธันวาคม 2546 คระรัฐมนตรีของไทยมีมติเห็นชอบให้ลดอัตราภาษีสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากพม่า กัมพูชา และลาว เหลือร้อยละ0 โดยสินค้าเกษตรที่ได้รับการส่งเสริมในเบื้องต้นมีจำนวน 8รายการ ได้แก่มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน มะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง ยูคาลิปตัส
2) วันที่ 25 ตุลาคม 2548 คณะรัฐมนตรีของไทยพิจารณาเพิ่มสินค้าเกษตรอีก 2 รายการ ได้แก่ ลูกเดือยและถั่วเขียวผิวมันเป็นพืชเป้าหมายภายใต้โครงการ Contract Farming ที่ได้รับการลดอัตราภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0 โดยด่านศุลกากรนำร่องที่อนุญาตให้มีการนำเข้าผลผลิตในโครงการส่งเสริมการทำ Contract Farming จากพม่าคือ ด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก บริเวณด่านเมียวดี-แม่สอด รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปทำ Contract Farming ในพม่าสามารถใช้หนังสือรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัดตากแทน C/O เป็นหลักฐานในการขออนุญาตนำเข้าพืชเป้าหมายดังกล่าวจากกรมศุลกากรของไทย
  • ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ Contract Farming ในพม่าจะต้องจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ ชื่อคู่สัญญาที่จะร่วมทำธุรกิจในพม่า ชื่อผู้นำเข้า ชนิดของพืชที่จะเพาะปลูก พื้นที่เพาะปลูก ระยะเวลาในการเริ่มเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว รวมทั้งปริมาณของผลผลิตที่คาดว่าจะเพาะปลูกได้
3)วันที่ 2 ธันวาคม 2548 กระทรวงเกษตรและชลประทานของพม่า กระทรวงปศุสัตว์และประมงของพม่า และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้ลงนามในบันทึกการเจรจา (Record of Discussion) เกี่ยวกับโครงการจัดทำ Contract Farming ในพม่าเพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนปลูกพืชเป้าหมาย โดยมีรัฐบาลพม่าได้จัดหาพื้นที่เพาะปลูก 44 ล้านไร่ในจังหวัดแปร เขตพะโค ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชน้ำมันและพืชไร่ต่างๆ อาทิ ปาล์มน้ำมันและอ้อย ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเป็นผู้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปลงทุนเพาะปลูกพืชเป้าหมายดังกล่าวต่อไป โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการจัดทำ Contract Farming หลังจากนั้นจะเจรจากับพม่าเพื่อให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวร่วมกัน
  • สำหรับรายการพืชเป้าหมายเพิ่มเติม ที่ไทยต้องการส่งเสริมให้มีการทำ Contract Farming กับพม่าได้แก่ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อย เพื่อนำพืชเหล่านี้มาใช้ผลิตพลังงานทดแทน อันจะช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ

Model Contract Farming ในพม่า

  • บรัษัท ซูเทค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นเอกชนไทยรายแรกที่เข้าไปดำเนินการเพาะปลูกอ้อยในลักษณะไร่คู่สัญญาตัวอย่าง (Model Contract farming) ในจังหวัดแปรตั้งแต่เดือนมกราคม 2548 บนพื้นที่เพาะปลูกรวม 825ไร่ บริษัทได้ให้ความรู้และสาธิตการทำไร่อ้อยด้วยเครื่องจักรกลการเกษตรที่นำเข้าจากไทย ทั้งยังใช้พันธุ์อ้อยที่นำเข้าจากไทย 2 พันธุ์ ได้แก่ K200 และ K8892 ซึ่งเหมาะแก่การนำมาแปรรูปเป็นน้ำตาล รวมทั้งจะขยายพันธุ์อ้อยดังกล่าวให้กับชาวไร่ในพม่าใต่อไป นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการทำไร่ต้นแบบดังกล่าวเพิ่มอีก 6,000 ไร่ในจังหวัดดังกล่าว ผลผลิตอ้อยภายใต้โครงการนี้จะถูกแปรรูปโดยโรงงานน้ำตาล นวเด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทซูเทค กับ MSE และเป็นโรงงานฟอกน้ำตาลแห่งแรกของพม่าซึ่งผลิตน้ำตาลฟอกขาวคุณภาพดีสำหรับส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์
  • ปัญหาที่บริษัทประสบในช่วงเริ่มต้นโครงการคือ เกษตรกรพม่าขาดทักษะการปลูกอ้อยในเชิงพาณิชย์และความชำนาญในการใช้เครื่องจักรกลด้านการเกษตรตลอดจนมีจำนวนพันธุ์อ้อยไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม คาดว่าในระยะยาวปัญหาดังกล่าวจะค่อยๆลดลงเมื่อเกษตรกรพม่าเริ่มมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการเพาะปลูกอ้อยมากขึ้น ทั้งนี้ เอกชนรายอื่นๆที่สนใจจะทำ Contract Farming ในพม่าควรคำนึงถึงปัญหาดังกล่าวก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุนด้วยเช่นกัน
เครื่องมือส่วนตัว