Contract Farming กัมพูชา

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
Contract Farming:การเกษตรแบบมีสัญญา
การเกษตรแบบมีสัญญา   Contract Farming ลาว   Contract Farming กัมพูชา   Contract Farming พม่า

Contract Farming กับการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา

* ไทยและกัมพูชาได้ร่วมกันจัดทำโครงการ Contract Farming ซึ่งเป็นความร่วมมือในสาขาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมภายใต้ ACMECS โดยมีสินค้าเกษตรเข้าร่วมโครงการจำนวน10 รายการได้แก่ มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน มะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง ยูคาลิปตัส ลูกเดือย และถั่วเขียวผิวมัน วัตถุประสงค์หลักคือการสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมของกัมพูชา รวมทั้งสร้างและขยายฐานการผลิตพืชเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านป้อนอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย * เป็นที่น่าสังเกตว่าการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ Contract Farming นอกจากจะเอื้อประโยชน์ในการสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรกัมพูชาตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรของไทยแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยเกื้อหนุนให้การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับกัมพูชามีความคึกคักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาและอุปสรรคของการค้าชายแดนลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนดังนี้

1) ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของระเบียบพิธีการศุลกากร

  • ก่อนมีโครงการ Contract Farming การนำเข้าสินค้าเกษตรจำนวน 8 รายการ ยกเว้น ลูกเดือยและถั่วเขียวผิวมัน บริเวณจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา ใน7จังหวัดชายแดน อยู่ภายใต้โครงการ AISP ซึ่งเป็นการให้ฝ่ายเดียวของประเทศสมาชิก ASEAN เดิมโดยไม่มีการเจรจาต่อรอง มีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545- 31 ธันวาคม 2552 ภายใต้โครงการนี้ผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จะต้องแสดง C/O ที่ออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรุงพนมเปญ ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง บางครั้งอาจทำให้สินค้าเกษตรได้รับความเสียหายจากการเน่าเสียระหว่างรอผ่านพิธีการศุลกากร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีโครงการ Contact Farming ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลไทยได้กำหนดให้จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่นำร่องในการผ่อนปรนให้สามารถนำสินค้าเกษตรที่กำหนดได้โดยไม่ต้องมี C/O เพื่อประกอบการขอรับสิทธิพิเศษด้านภาษี ทำให้การนำเข้าสินค้าบริเวณดังกล่าวมีความสะดวกยิ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายลดลง
ทั้งนี้ภายหลังเดือนเมษายน 2549 รัฐบาลจะประเมินผลการดำเนินงานภายใต้โครงการ Contract Farming ในปี2548 ของจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นแนวทางกำหนดนโยบายในปี2549 ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายพื้นที่นำร่องเพิ่มขึ้นอีก 1 จังหวัดคือ จังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ACMECS เมื่อวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2548 ไทยประกาศขยายสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรให้แก่กัมพูชาตามรายการที่กัมพูชาจะยื่นขอเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้รายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น คาดว่าปัจจัยสนับสนุนต่างๆดังกล่าว ทั้งในแง่พื้นที่นำร่องและจำนวนสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะช่วยให้การค้าชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาขยายตัวขึ้นตามมาในอนาคต

2) ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรนำเข้าจากกัมพูชา

  • โดยทั่วไปเกษตรกรกัมพูชาขาดแคลนความรู้และเทคโนโลยีการเพาะปลูกในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งขาดแคลนเงินทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ตลอดจนเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการเกษตรที่ทันสมัย ทำให้ผลผลิต/ไร่อยู่ในระดับต่ำไมได้มาตรฐานตามที่ผู้ซื้อต้องการ ทั้งยังมีปัญหาสินค้าคุณภาพต่ำปลอมปนเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่รับซื้อสินค้าเกษตรจากกัมพูชาต้องแบกภาระต้นทุนในการคัดแยกสินค้า อย่างไรก็ตาม ภายใต้โครงการContract Farming กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยให้การสนับสนุนเกษตกรกัมพูชาในการปรับปรุงการผลิตภายใต้แผนงานต่างๆ อาทิ การทำแปลงเกษตรสาธิตการปลูกถั่วเหลืองและถั่วเขียวที่อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย บริเวณจังหวัดชายแดนสระแก้ว การสนับสนุนให้เกษตรกรกัมพูชาเข้ามาศึกษาการปลูกพืชไร่ในไทย การทำแปลงเกษตรสาธิตปลูกถั่วเหลืองและข้าวโพดที่อำเภอคำเรียง จังหวัดพระตะบองบริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรี เป็นต้น คาดว่าโครงการต่างๆ ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้แก่เกษตรกรกัมพูชาทั้งในด้านเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตและการควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรอันจะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรของกัมพูชาให้สูงขึ้นอีกทางหนึ่ง

3) ลดปัญหาลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน

  • ที่ผ่านมาผู้ประกอบการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชามักลักลอบนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากกัมพูชา เนื่องจากการนำเข้าผ่านพิธีการศุลกากรมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อีกทั้งระเบียบนำเข้ากำหนดให้มีการสุ่มตัวอย่างสินค้าจำนวนมากเพื่อตรวจสอบ ทำให้สินค้าส่วนหนึ่งได้รับความเสียหาย ดังนั้นการค้าผลผลิตทางการเกษตรระหว่างไทย-กัมพูชาจึงอยู่ในรูปของการค้านอกระบบเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังโครงการ Contract Farming ถือกำเนิดขึ้นและรัฐบาลได้อันวยความสะดวกในการนำเข้าผ่านโครงการ Contract Farming โดยผ่อนปรนระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยให้การค้าขายดำเนินการไปอย่างคล่องตัวขึ้น ผู้ประกอบการเหล่านั้นจึงหันมานำเข้าสินค้าอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น ทำให้ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าดังกว่าวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีแนวโน้มลดลง
เครื่องมือส่วนตัว