Contract Farming

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
Contract Farming:การเกษตรแบบมีสัญญา
การเกษตรแบบมีสัญญา   Contract Farming ลาว   Contract Farming กัมพูชา   Contract Farming พม่า


Contract Farming…โครงการความร่วมมือหลักภายใต้ ACMECS (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy)

  • Contract Farming เป็นโครงการความร่วมมือในสาขาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งสมาชิก ACMECS(ACMECS: Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy) ให้ความเห็นชอบในการประชุมผู้นํา ACMECS ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 ณ เมืองพุกาม ประเทศพม่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยมีส่วนร่วมในการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว และพม่า โดยการเข้าไปใช้ทรัพยากรในประเทศเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ ได้แก่ ที่ดิน และแรงงาน เพื่อทําการผลิตและรับซื้อสินค้าเกษตรที่ผลิตได้ ทั้งนี้ในการส่งสินค้าดังกล่าว กลับมายังประเทศไทย ประเทศคู่สัญญาในกลุ่ม ACMECS ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียนจะได้รับสิทธิประโยชน์ ภายใต้โครงการการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแก่ประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน (ASEAN Integration System of Preferences : AISP) ซึ่งเป็นการให้ฝ่ายเดียวของประเทศสมาชิกอาเซียนเดิมโดยไม่มีการเจรจา ต่อรอง มีกรอบระยะเวลาการดําเนินโครงการ 8 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552สําหรับประเทศไทย ในเบื้องต้นคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2546 ให้มีการลดอัตราภาษีนําเข้าเหลือร้อยละ 0 สําหรับสินค้าเกษตร 8 รายการภายใต้โครงการ Contract Farming ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ละหุ่ง มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ยูคาลิปตัส และถั่วลิสง ซึ่งต่อมาในปี 2548 ได้เพิ่มรายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการอีก 2 รายการ ได้แก่ ลูกเดือย และถั่วเขียวผิวมัน รวมเป็น 10 รายการ ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีนําเข้าดังกล่าว มีผลบังคับใช้ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2548–เมษายน 2549 ซึ่งอาจมีการเพิ่มเติมรายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการได้หากประเทศเพื่อนบ้านแสดงความจํานงเข้ามา

สาระสําคัญของการทํา Contract Farming

  • Contract Farming เป็นการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงปศุสัตว์ที่มีการทําสัญญาซื้อขายกันล่วงหน้า ระหว่างผู้รับซื้อและเกษตรกร โดยผู้รับซื้ออาจสนับสนุนหรือจําหน่ายป็จจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่สัญญาดังกล่าวจะระบุชัดเจนว่าผู้รับซื้อต้องการผลผลิตลักษณะใด จํานวนเท่าใด ต้องมีวิธีการผลิตอย่างไรและจะรับซื้อในราคาเท่าใด (แต่ในบางกรณีสัญญาอาจระบุเพียงปริมาณผลผลิตที่รับซื้อ โดยไม่มีการกําหนดราคาประกัน) ภายในเวลาที่กําหนด ซึ่งวิธีดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของราคาผลผลิตและปัจจัยการผลิตขณะเดียวกันผู้รับซื้อก็สามารถควบคุมปริมาณและคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐานตรงตามที่ต้องการ

แนวทางการลงทุน Contract Farming ในพื้นที่เป้าหมาย ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

1. องค์ประกอบการลงทุน Contract Farming
-พื้นที่:พื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพตลอดจนพื้นที่ตอนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อม
-พืชเป้าหมาย แบ่งเป็น
1. พืชไร่เศรษฐกิจ 10 ชนิด ที่มีความเหมาะสมในการย้ายฐานการลงทุน ต้องใช้แรงงานเก็บเกี่ยวจำนวนมาก และเป็นพืชที่ต้องนำเข้าจากประเทศที่สาม ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง ข้าวโพดหวาน มันฝรั่ง มะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยูคาลิปตัส ลูกเดือย และถั่วเขียวผิวมัน ซึ่งเป็นกลุ่มพืชที่รัฐบาลยกเว้นภาษีนำเข้าภายใต้กรอบ AISP
2. พืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อย
- นักลงทุน  : ทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ชายแดนเป้าหมาย
2. รูปแบบ/แผนการลงทุน
  • นักลงทุนเป็นผู้กําหนดแผนการลงทุน โดยจะต้องระบุพื้นที่พืช และกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย กระบวนการตั้งแต่การผลิตจนถึงการนําผลผลิต เข้าสู่ตลาด ตลอดจนความพร้อมในการสนับสนุนแบบครบวงจรทั้งเมล็ดพันธุ์ เงินทุนและเทคโนโลยีการผลิต โดยการกําหนดรูปแบบการทํา Contract Farming ระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องสอดคล้องกับความพร้อมของนักลงทุนไทยตลอดจนศักยภาพการรองรับใน ประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้
รูปแบบ 1 Contract Farming ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณชายแดนกับเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้าน สามารถดําเนินการได้ทันที โดยขยายผลจากการดําเนินการที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้สามารถพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ พื้นที่ที่พร้อมจะพัฒนานําร่อง เช่น จ.ตาก-เมียวดี (ไทย-พม่า) จ.จันทบุรี-พระตะบอง (ไทย-กัมพูชา) จ.เลย-แขวงไชยบุรี (ไทย-สปป.ลาว)
รูปแบบ 2 Contract Farming ระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่กับเกษตรกรประเทศ เพื่อนบ้าน การลงทุนรูปแบบนี้(รวมพืชพลังงาน) มีมูลค่าการลงทุนสูง เน้นการนําเข้าผลผลิตที่ได้มาตรฐานจํานวนมากซึ่งการสนับสนุนให้มีการเข้าลงทุนเพิ่มเติม ของเอกชนรายใหม่นอกเหนือจากเอกชนรายใหญ่ที่เข้าลงทุนอยู่แล้วในปัจจุบัน ภาครัฐจะต้องให้มีความชัดเจนทั้งด้านศักยภาพพื้นที่ คุณภาพ ผลผลิตและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงนักลงทุนในระยะแรก รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือทาง วิชาการกับประเทศเพื่อนบ้านให้ครอบคลุมเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงขยายผลในการสนับสนุนภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่ที่เหมาะสม ต่อไป
3. กลไกการดำเนินงาน
  • แบ่งงานออกเป็น2 กลุ่ม คือ กลุ่มพืชไร่เศรษฐกิจ และ กลุ่มพืชพลังงาน โดยมีกลไกการดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระดับ
1) ระดับพื้นที่ มีคณะทำงานระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการเป็นประธานทำหน้าที่วางปผนปฏิบัติในระดับพื้นที่
2) ระดับคณะทำงานยุทธศาสตร์ความช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ Contract Farming ที่มี สศช. เป็นประธานและ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13 หน่วยงาน เป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาเสนอแนะนโยบาย กำหนดยุธศาสตร์การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการผลักดันการดำเนินงาน Contract Farming กับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบACMECS ให้สามารถสนับสนุนการเข้าลงทุนของภาคเอกชนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่กำหนด และนำเสนอคณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) ให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป
3) ระดับชาติ มีคระกรรมการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน/โครงการก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป
4. แนวทางการดําเนินการ
  • ระยะสั้น : ส่งเสริมการพัฒนา Contract Farming บริเวณชายแดนให้เป็นระบบและสร้างโอกาสในการขยายฐานการลงทุนในพื้นที่ตอนในประเทศเพื่อนบ้าน
(1) การยกเว้นภาษี (ภาษี 0 % ) ภายใต้กรอบ AISP ให้เกิดผลทางปฏิบัติ พิจารณายกเว้นภาษีเพิ่มเติมกรณีพืชนําเข้าไม่ได้อยู่ในกลุ่มพืชเป้าหมาย ตลอดจนปรับแก้ กฎ ระเบียบ เพื่อให้จังหวัดดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
(2) จัดตั้งคณะทํางานระดับจังหวัด สนับสนุนการดําเนินการทั้งระบบตั้งแต่จัดทําแผนการลงทุน คัดเลือก/รับสมัครผู้ประกอบการ ควบคุมการรับซื้อ รวบรวมผลผลิต และประสานงานหน่วยงานดําเนินการ อํานวยความสะดวกผ่านแดน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการสนับสนุนปัจจัยการ ผลิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้เกิดผลทางปฏิบัติ
(3) การเจรจาทําความตกลงพื้นที่เป้าหมาย โดยดําเนินการควบคู่ทั้งในระดับจังหวัดและระดับรัฐบาล (G-to-G) เพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านพัฒนา พื้นที่เพื่อรองรับการลงทุน โดยไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน
(4) จัดทําสัญญา Contract Farming ระหว่างเอกชนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้การเห็นชอบของรัฐบาล 2 ประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์ ประสานจังหวัดและนําเอกชนเข้าทําสัญญา Contract Farming ระหว่างเอกชนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งการคุ้มครองการ ลงทุน การอํานวยความสะดวกผ่านแดน และการสนับสนุนแรงงาน
(5) การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการยกระดับคุณภาพการผลิต เร่งดําเนินการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการภายใต้โครงการพัฒนา ระบบผลิตพืชไร่โดยจัดทําแปลงสาธิตและฝึกอบรมเกษตรกรภายใน 2 ปี และขยายการสํารวจ/วิเคราะห์พื้นที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่รัฐบาลประเทศ เพื่อนบ้านเสนอให้พิจารณา
  • ระยะยาว: ขยายการลงทุนธุรกิจภาคเกษตรเชื่อมโยงระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และ ลดการนําเข้าพืชเป้าหมายจากประเทศที่สาม สนับสนุนภาคเอกชนรายใหญ่ลงทุน Contract Farming ในพื้นที่ตอนในประเทศเพื่อนบ้าน และขยายผลการเข้าลงทุนธุรกิจต่อเนื่องทางการเกษตรในประเทศ เพื่อนบ้าน
5. หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ Contract Farming
  • เพื่อควบคุมและกํากับดูแลมิให้มีการนําเข้าสินค้าภายใต้โครงการ Contract Farming ในปริมาณที่มากเกินไปรวมทั้งเพื่อป้องกันการแอบอ้างสิทธิจากประเทศอื่นที่มิได้เป็นสมาชิก ACMECS กระทรวงการคลังซึ่เป็นหน่วยงานที่มีหน่าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีศุลกากรของไทยจึงกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ Contract Farming ไว้ ดังนี้
• ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องติดต่อขอลงทะเบียน ณ ที่ว่าการจังหวัดนําร่องแห่งใดแห่งหนึ่งจากจํานวน 3 แห่งได้แก่ จังหวัดตาก จันทบุรี และเลย โดยต้องแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ที่สําคัญและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดําเนินการภายใต้โครงการ Contract Farming อาทิ ชื่อผู้นําเข้าสินค้า พื้นที่เพาะปลูก (เพื่อป้องกันปัญหาการแอบอ้างแหล่งกําเนิดสินค้า) รวมทั้งชนิดและปริมาณของสินค้าเกษตรที่ได้รับอนุญาตให้นํา เข้าแต่ละครั้งอย่างชัดเจน (เพื่อให้สามารถบริหารปริมาณผลผลิตนําเข้ามิให้กระทบตลาดในประเทศ)
• นําเข้าสินค้าผ่านด่านศุลกากรของจังหวัดที่ผู้นําเข้าติดต่อลงทะเบียนไว้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 3 แห่งใน 3 จังหวัดนํา ร่องได้แก่
- ด่านศุลการกรแม่สอด บริเวณชายแดนแม่สอด-เมียวดี (ไทย-พม่า)
- ด่านศุลกากรท่าลี่ บริเวณชายแดนเลย-แขวงไชยะบุรี (ไทย-สปป. ลาว)
- ด่านศุลกากรจันทบุรี บริเวณชายแดนจันทบุรี-พระตะบอง (ไทย-กัมพูชา)
• ปฏิบัติตามระเบียบพิธีการศุลกากรตามที่กรมศุลกากรกําหนด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวกแก่ผู้นําเข้าสินค้าภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ผ่อนปรนให้สามารถนําเข้าสินค้าได้โดยไม่ต้องแสดงใบรับรองแหล่งกําเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้นําเข้าติดต่อขอลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Contract Farming ไว้ หรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดดังกล่าวมอบหมาย เพื่อให้กรมศุลกากรใช้เป็นหลักฐานในการอนุญาตให้นําเข้าสินค้า โดยได้รับสิทธิพิเศษด่านภาษี
รับข้อมูลจาก "http://www.ssmwiki.org/index.php/Contract_Farming"
เครื่องมือส่วนตัว