อิทธิบาท ๔กุญแจสู่ ความสำเร็จของธุรกิจ

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
หลักธรรมะ อิทธิบาท ๔
กุญแจสู่ ความสำเร็จของธุรกิจ....รุ่งเรืองและยั่งยืน
  • เมื่อได้รับเชิญจากส่วนบริหารเงินทุนฯ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผ่านทางคุณต้องใจ ประภาจันทร์ ถึงการเป็นวิทยากรร่วมเสวนา หัวข้อเรื่อง”ความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ” มีเพื่อนๆ ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจากส่วนความรับผิดชอบของ ศภ.1, ศภ.2, ศภ.3 ประมาณ 50 – 60 ราย. ทำให้ผมคิดถึงบรรยากาศที่ได้มีโอกาสมาร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการอันอบอุ่น เป็นกันเอง แถมได้รับความรู้มากมาย จากการเข้าร่วมสัมมนาในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา จำได้ว่า..ในครั้งนั้นผมได้มีโอกาสนำเสนอเรื่อง แผนธุรกิจ ประกอบไปด้วย แผนการผลิต แผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด และแผนทางการเงิน สำทับปิดท้ายด้วยความพร้อมช่วยเหลือจากภาครัฐ ในการพัฒนาผู้ประกอบการ.
  • ผมมีโอกาสอ่านบทความหนึ่ง โพสไว้ในเว็ปไซด์ WWW. SSMWIKI.COM หัวข้อเรื่อง. “อิทธิบาท 4 หนทางสู่การเป็นผู้ประกอบการใหม่”. โดยคุณวุฒิชัย โหวธีระกุล ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 พิษณุโลก อ่านจบแล้วก็อยากให้เพื่อนผู้ประกอบการได้ประโยชน์ด้วย จึงย้อนกลับไปอ่านใหม่อีกหลายรอบเพื่อจะได้เป็นวัตถุดิบในการร่วมเสวนา สำหรับการเสวนาครั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง ความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจ โดยผมขอเพิ่มเติมคำว่ารุ่งเรืองและยั่งยืน เพราะว่าสุดยอดปรารถนาของการทำธุรกิจก็คือความรุ่งเรืองของกิจการให้ยาวนาน
  • บทความดังกล่าวเขียนไว้ค่อนข้างจะละเอียด เข้าใจง่าย แต่เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด ผมขออนุญาตกล่าวถึงเฉพาะประเด็นหลักๆ โดยเริ่มตั้งแต่ การจะทำกิจการงานใดๆ ต้องมีใจรักในวิชาชีพนั้น ๆ (ฉันทะ : ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น) ต้องถามใจตัวเองให้ดี ว่ารักในวิชาชีพนั้นจริงๆ เพราะรักจริง ก็พร้อมจะลุยงานด้วยความขยันหมั่นเพียรโดยไม่ย่อท้อ (วิริยะ : ความพากเพียรในสิ่งนั้น) ในหัวข้อนี้เราจะได้ยินเสมอว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น (แม้ว่าจะไม่สำเร็จในช่วงแรก) สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ท้อถอย (จิตตะ : ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น) และการหมั่นดูแล ตรวจสอบผลของการกระทำกับผลที่ได้ด้วยการใช้สติปัญญาที่แหลมคมในการค้นหาประเด็นปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และแสวงหาหนทางที่กระจ่างชัดเห็นวิธีแก้ไขปัญหาอุปสรรคดังกล่าวอย่างชัดเจน (วิมังสา : ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น)

หลักธรรม ๔ ข้อนี้ย่อมเกี่ยวเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน

  1. ฉันทะ คือความพอใจในฐานะ เป็นสิ่งที่ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เราควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
  2. วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง
  3. จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัวเรา ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่
  4. วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่
ผมหวังว่าเพื่อนผู้ประกอบการจะได้นำแนวคิดจากหลักธรรมะ อิทธิบาท 4 ประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับธุรกิจและกิจการแต่ละท่านทำอยู่ เพื่อความสำเร็จทางธุรกิจที่รุ่งเรืองและยั่งยืนครับ

ด้วยความเคารพ

ศิริ วนสุวานิช

(ผู้ประกอบการกล้วยอบตรา ไท ไท)

เครื่องมือส่วนตัว