|
บริการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
กิจกรรมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท (สอช.)
ความเป็นมา
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินงานโครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท ตลอดระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) เพื่อการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ให้เกิดการขยายกิจการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในชนบท โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การร่วมลงทุนและการเป็นเจ้าของกิจการของราษฎรในพื้นที่เป็นสำคัญ
- การดำเนินโครงการจะใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ในลักษณะการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาภาคเอกชน(NGO) และราษฎรในท้องถิ่น แนวคิดในหลักการ “ตลาดนำการผลิต” คือการชักนำธุรกิจเอกชนที่มีความต้องการจัดหาหน่วยผลิตเพื่อผลิตสินค้าให้กับตลาดของตนเอง ซึ่งเรียกว่าด้านตลาด(Demand Side) มาให้ราษฎรในท้องถิ่นเป็นผู้ผลิตให้ ซึ่งเรียกว่าด้านการผลิต(Supply Side) โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมมือกับ องค์การพัฒนาภาคเอกชนและราษฎรในท้องถิ่น ดำเนินการจัดตั้งและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่จำเป็นให้กับราษฎร พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของราษฎรในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มราษฎร เพื่อให้เป็นหน่วยผลิตที่ดีในการรับงานจากภาคเอกชน อันจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน รายได้ และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนในชนบท
- โครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท จึงมีเป้าหมายสำคัญที่มุ่งให้ราษฎรในพื้นที่มีงานทำ และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง จากอุตสาหกรรมชุมชนที่ชุมชนเป็นเจ้าของ การกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการอาจสรุปได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ
- ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสำรวจชุมชนที่ราษฏรมีความพร้อมและมีศักยภาพในการรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งหน่วยผลิต และชักจูงธุรกิจเอกชนที่มีศักยภาพด้านการตลาดและพร้อมที่จะกระจายการผลิตไปสู่ชนบท ให้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการพัฒนาทักษะฝีมือด้านการผลิตของราษฎรให้มีคุณภาพมาตรฐานตามที่ธุรกิจเอกชนต้องการ ทำให้เกิดการจับคู่ร่วมมือกัน จัดตั้งหน่วยผลิตขึ้น และพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมชุมชนต่อไป
- ขั้นตอนที่สอง เป็นการพัฒนาด้านการบริหารจัดการหน่วยผลิตที่ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น มุ่งการส่งเสริมให้เกิดการออมและการลงทุนร่วมกัน การจัดโครงสร้างและการจัดการอุตสาหกรรมชุมชนนั้น เพื่อให้เป็นอุตสาหกรรมชุมชนที่ชุมชนเป็นเจ้าของตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญที่จะมีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการคือ การสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและช่วยกันพัฒนาให้เกิดการจัดตั้งอุตสาหกรรมชุมชนขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายของโครงการ และเป็นการสนับสนุนนโยบายการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นของรัฐบาลด้วย
ความสำคัญ
วัตถุประสงค์ :
- ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนภาคการผลิตด้านอุตสาหกรรมในชนบท, สร้างโอกาสให้ธุรกิจเอกชน และ/หรือวิสาหกิจชุมชนมีการลงทุนในภูมิภาค
- สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎรชนบท
- เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันและลดรายจ่ายในการผลิตของธุรกิจเอกชน /ธุรกิจอุตสาหกรรม
กลุ่มเป้าหมาย :
- ราษฎรชนบทมีงานทำและรายได้เพิ่มขึ้นสามารถอยู่กับครอบครัวอย่างใกล้ชิด
- ธุรกิจเอกชน/ธุรกิจอุตสาหกรรมชนบทลดภาระด้านแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต
- ภาครัฐสามารถลดการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทสู่เมืองและก่อให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสเงินตราในภูมิภาคมากขึ้น
หลักเกณฑ์การให้บริการ
หลักการดำเนินกิจกรรม :
ใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ดำเนินการโดยความร่วมมือของหน่วยงานทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ
- การสร้างงานและรายได้ ในรูปแบบความร่วมมือ 3 ประสาน ประกอบด้วย ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรชุมชน(NGO เป็นพี่เลี้ยง) และภาครัฐโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลัก(อาจมีหน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมดำเนินการ)
- การฝึกอบรมประกอบด้วยการฝึกอบรม 2 ด้านที่สำคัญ คือ ด้านเทคนิคการผลิตและการจัดการ และด้านการพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการ
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัวและชุมชน โดยการฝึกอบรมพัฒนาราษฎรในการจัดตั้งกลุ่มอาชีพหรือสหกรณ์
- ส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การลงทุน และการเป็นเจ้าของหน่วยผลิตหรืออุตสาหกรรมชุมชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนภูมิภาค
แนวทางการดำเนินงาน :
การดำเนินโครงการสามารถแบ่งได้เป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
- การชักจูงกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ การจัดจ้างองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) ชักจูงจับคู่ธุรกิจ ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งมีลักษณะกิจกรรมดังนี้
- การชักจูงภาคเอกชน
- คัดเลือกเอกชนกลุ่มเป้าหมายที่ประกอบการผลิต มีตลาดที่มั่นคง และต้องการขยายฐานการผลิตออกสู่ชนบท เช่น กิจการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป การเจียระไนอัญมณี การผลิตรองเท้า เป็นต้น
- จัดประชุมชี้แจงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ
- จัดทำฐานข้อมูลธุรกิจเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เช่น ลักษณะและสถานะภาพของธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ เงินลงทุนในกิจการ การจ้างงาน ตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และยอดขาย เพื่อให้ทราบถึงความเข้มแข็งยั่งยืนของธุรกิจ
- การชักจูงราษฎร
- คัดเลือกราษฎรหมู่บ้านกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสามารถเป็นหน่วยผลิตให้แก่ภาคธุรกิจเอกชน
- รวบรวมศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ศักยภาพหมู่บ้านที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ประกอบด้วยข้อมูลด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมการผลิต การคมนาคมขนส่ง จำนวนแรงงานหรือสมาชิกกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน เป็นต้น
- จัดประชุมชี้แจงผู้นำชุมชน ราษฎรและกลุ่มอาชีพ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ ผลประโยชน์ที่ราษฎรและชุมชนจะได้รับในการเข้าร่วมโครงการ
- จัดทำฐานข้อมูลสถานภาพหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เช่น ความชำนาญหรือทักษะเดิมของชุมชน ความสนใจอาชีพของชุมชน ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับประเภทอุตสาหกรรม และวัฒนธรรมความเชื่อของชุมชน เป็นต้น
- การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ
- การคัดเลือกภาคธุรกิจเอกชน พิจารณาจากการแจ้งความจำนงและเหตุผลการเข้าร่วมโครงการ
- การคัดเลือกราษฎรหรือกลุ่มอาชีพเข้าร่วมโครงการ พิจารณาจากฐานข้อมูลหมู่บ้านที่มีศักยภาพตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจเอกชน
- การคัดเลือกองค์กรพัฒนาเอกชน พิจารณาจากความรู้ความชำนาญงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน และประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ
- การประสานความร่วมมือ
- จัดทำฐานข้อมูลหมู่บ้านโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มราษฎรเป้าหมาย ศักยภาพของราษฎร และการคมนาคมขนส่ง
- จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจโครงการให้กับผู้เกี่ยวข้อง (ทั้งภาคธุรกิจเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ปรึกษา และราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ) เช่น ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย และการสนับสนุนจากภาครัฐ
- ตกลงความร่วมมือในการดำเนินโครงการเบื้องต้น
- การเจรจาร่วมทุน
- จัดทำแผนธุรกิจของโครงการ
- จัดทำรายละเอียดข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย
- ลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อแสดงเจตนารมณ์การเข้าร่วมโครงการ
- การพัฒนาทักษะฝีมือราษฎรผู้เข้าร่วมโครงการด้านการผลิตและการจัดการ
- จัดทำแผนการฝึกอบรม และหลักสูตรการพัฒนาทักษะการผลิตและการจัดการ และคัดเลือกราษฎรเข้ารับการฝึกอบรม
- จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการผลิตและการจัดการ ได้แก่ ค่าวัสดุฝึกอบรม ค่าตอบแทนวิทยากร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณสมทบค่าใช้จ่ายดังกล่าว
- ดำเนินการฝึกอบรม โดยใช้วิทยากรของภาครัฐร่วมกับธุรกิจเอกชน
- ประเมินผลการฝึกอบรม
- จัดตั้งหน่วยผลิต /โรงงานในชนบท เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การลงทุน และการเป็นเจ้าของในปีที่ 3 ของโครงการ (ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโครงการ)โดยเสริมสร้างให้เกิดระบบกระบวนการกลุ่มหรือใช้ระบบสหกรณ์
ผลการให้บริการ
ผลการให้บริการของ ศภ.4 กสอ.
ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ
|