สอช.

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
บริการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กิจกรรมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท (สอช.)


เนื้อหา

ความเป็นมา

  • กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินงานโครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท ตลอดระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) เพื่อการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ให้เกิดการขยายกิจการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในชนบท โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การร่วมลงทุนและการเป็นเจ้าของกิจการของราษฎรในพื้นที่เป็นสำคัญ
  • การดำเนินโครงการจะใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ในลักษณะการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาภาคเอกชน(NGO) และราษฎรในท้องถิ่น แนวคิดในหลักการ “ตลาดนำการผลิต” คือการชักนำธุรกิจเอกชนที่มีความต้องการจัดหาหน่วยผลิตเพื่อผลิตสินค้าให้กับตลาดของตนเอง ซึ่งเรียกว่าด้านตลาด(Demand Side) มาให้ราษฎรในท้องถิ่นเป็นผู้ผลิตให้ ซึ่งเรียกว่าด้านการผลิต(Supply Side) โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมมือกับ องค์การพัฒนาภาคเอกชนและราษฎรในท้องถิ่น ดำเนินการจัดตั้งและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่จำเป็นให้กับราษฎร พร้อมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของราษฎรในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มราษฎร เพื่อให้เป็นหน่วยผลิตที่ดีในการรับงานจากภาคเอกชน อันจะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน รายได้ และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนในชนบท
  • โครงการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท จึงมีเป้าหมายสำคัญที่มุ่งให้ราษฎรในพื้นที่มีงานทำ และมีรายได้อย่างต่อเนื่อง จากอุตสาหกรรมชุมชนที่ชุมชนเป็นเจ้าของ การกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการอาจสรุปได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ
    • ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสำรวจชุมชนที่ราษฏรมีความพร้อมและมีศักยภาพในการรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งหน่วยผลิต และชักจูงธุรกิจเอกชนที่มีศักยภาพด้านการตลาดและพร้อมที่จะกระจายการผลิตไปสู่ชนบท ให้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการพัฒนาทักษะฝีมือด้านการผลิตของราษฎรให้มีคุณภาพมาตรฐานตามที่ธุรกิจเอกชนต้องการ ทำให้เกิดการจับคู่ร่วมมือกัน จัดตั้งหน่วยผลิตขึ้น และพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมชุมชนต่อไป
    • ขั้นตอนที่สอง เป็นการพัฒนาด้านการบริหารจัดการหน่วยผลิตที่ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น มุ่งการส่งเสริมให้เกิดการออมและการลงทุนร่วมกัน การจัดโครงสร้างและการจัดการอุตสาหกรรมชุมชนนั้น เพื่อให้เป็นอุตสาหกรรมชุมชนที่ชุมชนเป็นเจ้าของตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญที่จะมีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการคือ การสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและช่วยกันพัฒนาให้เกิดการจัดตั้งอุตสาหกรรมชุมชนขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายของโครงการ และเป็นการสนับสนุนนโยบายการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นของรัฐบาลด้วย


ความสำคัญ

วัตถุประสงค์ :

  1. ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนภาคการผลิตด้านอุตสาหกรรมในชนบท, สร้างโอกาสให้ธุรกิจเอกชน และ/หรือวิสาหกิจชุมชนมีการลงทุนในภูมิภาค
  2. สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎรชนบท
  3. เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันและลดรายจ่ายในการผลิตของธุรกิจเอกชน /ธุรกิจอุตสาหกรรม

กลุ่มเป้าหมาย :

  1. ราษฎรชนบทมีงานทำและรายได้เพิ่มขึ้นสามารถอยู่กับครอบครัวอย่างใกล้ชิด
  2. ธุรกิจเอกชน/ธุรกิจอุตสาหกรรมชนบทลดภาระด้านแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต
  3. ภาครัฐสามารถลดการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทสู่เมืองและก่อให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสเงินตราในภูมิภาคมากขึ้น


หลักเกณฑ์การให้บริการ

หลักการดำเนินกิจกรรม : ใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ดำเนินการโดยความร่วมมือของหน่วยงานทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ

  1. การสร้างงานและรายได้ ในรูปแบบความร่วมมือ 3 ประสาน ประกอบด้วย ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรชุมชน(NGO เป็นพี่เลี้ยง) และภาครัฐโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลัก(อาจมีหน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมดำเนินการ)
  2. การฝึกอบรมประกอบด้วยการฝึกอบรม 2 ด้านที่สำคัญ คือ ด้านเทคนิคการผลิตและการจัดการ และด้านการพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการ
  3. การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัวและชุมชน โดยการฝึกอบรมพัฒนาราษฎรในการจัดตั้งกลุ่มอาชีพหรือสหกรณ์
  4. ส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การลงทุน และการเป็นเจ้าของหน่วยผลิตหรืออุตสาหกรรมชุมชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนภูมิภาค

แนวทางการดำเนินงาน : การดำเนินโครงการสามารถแบ่งได้เป็น 6 ขั้นตอนดังนี้

  1. การชักจูงกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ การจัดจ้างองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) ชักจูงจับคู่ธุรกิจ ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งมีลักษณะกิจกรรมดังนี้
    1. การชักจูงภาคเอกชน
      1. คัดเลือกเอกชนกลุ่มเป้าหมายที่ประกอบการผลิต มีตลาดที่มั่นคง และต้องการขยายฐานการผลิตออกสู่ชนบท เช่น กิจการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป การเจียระไนอัญมณี การผลิตรองเท้า เป็นต้น
      2. จัดประชุมชี้แจงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ
      3. จัดทำฐานข้อมูลธุรกิจเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เช่น ลักษณะและสถานะภาพของธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ เงินลงทุนในกิจการ การจ้างงาน ตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และยอดขาย เพื่อให้ทราบถึงความเข้มแข็งยั่งยืนของธุรกิจ
    2. การชักจูงราษฎร
      1. คัดเลือกราษฎรหมู่บ้านกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสามารถเป็นหน่วยผลิตให้แก่ภาคธุรกิจเอกชน
      2. รวบรวมศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ศักยภาพหมู่บ้านที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ประกอบด้วยข้อมูลด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมการผลิต การคมนาคมขนส่ง จำนวนแรงงานหรือสมาชิกกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน เป็นต้น
      3. จัดประชุมชี้แจงผู้นำชุมชน ราษฎรและกลุ่มอาชีพ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ ผลประโยชน์ที่ราษฎรและชุมชนจะได้รับในการเข้าร่วมโครงการ
      4. จัดทำฐานข้อมูลสถานภาพหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เช่น ความชำนาญหรือทักษะเดิมของชุมชน ความสนใจอาชีพของชุมชน ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับประเภทอุตสาหกรรม และวัฒนธรรมความเชื่อของชุมชน เป็นต้น
  2. การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ
    1. การคัดเลือกภาคธุรกิจเอกชน พิจารณาจากการแจ้งความจำนงและเหตุผลการเข้าร่วมโครงการ
    2. การคัดเลือกราษฎรหรือกลุ่มอาชีพเข้าร่วมโครงการ พิจารณาจากฐานข้อมูลหมู่บ้านที่มีศักยภาพตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจเอกชน
    3. การคัดเลือกองค์กรพัฒนาเอกชน พิจารณาจากความรู้ความชำนาญงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน และประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการ
  3. การประสานความร่วมมือ
    1. จัดทำฐานข้อมูลหมู่บ้านโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มราษฎรเป้าหมาย ศักยภาพของราษฎร และการคมนาคมขนส่ง
    2. จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจโครงการให้กับผู้เกี่ยวข้อง (ทั้งภาคธุรกิจเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ปรึกษา และราษฎรที่เข้าร่วมโครงการ) เช่น ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย และการสนับสนุนจากภาครัฐ
    3. ตกลงความร่วมมือในการดำเนินโครงการเบื้องต้น
  4. การเจรจาร่วมทุน
    1. จัดทำแผนธุรกิจของโครงการ
    2. จัดทำรายละเอียดข้อตกลงความร่วมมือ พร้อมกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย
    3. ลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อแสดงเจตนารมณ์การเข้าร่วมโครงการ
  5. การพัฒนาทักษะฝีมือราษฎรผู้เข้าร่วมโครงการด้านการผลิตและการจัดการ
    1. จัดทำแผนการฝึกอบรม และหลักสูตรการพัฒนาทักษะการผลิตและการจัดการ และคัดเลือกราษฎรเข้ารับการฝึกอบรม
    2. จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการผลิตและการจัดการ ได้แก่ ค่าวัสดุฝึกอบรม ค่าตอบแทนวิทยากร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณสมทบค่าใช้จ่ายดังกล่าว
    3. ดำเนินการฝึกอบรม โดยใช้วิทยากรของภาครัฐร่วมกับธุรกิจเอกชน
    4. ประเมินผลการฝึกอบรม
  6. จัดตั้งหน่วยผลิต /โรงงานในชนบท เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การลงทุน และการเป็นเจ้าของในปีที่ 3 ของโครงการ (ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโครงการ)โดยเสริมสร้างให้เกิดระบบกระบวนการกลุ่มหรือใช้ระบบสหกรณ์


ผลการให้บริการ

ผลการให้บริการของ ศภ.4 กสอ.

ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ

เครื่องมือส่วนตัว