ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 6.1

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กลุ่มที่ 1

เนื้อหา

ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กลุ่มที่ 1

ข้อมูลสถิติ (หนองคายหนองบัวลำภูเลยอุดรธานี)

วิสัยทัศน์ : "แหล่งพำนักแห่งที่ 2 ของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว"

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติและการท่องเที่ยว

เป้าประสงค์ เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตของประชาชน สนับสนุนต่อการผลิตทางการเกษตร และการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ดดยมีกลยุทธ์การดำเนินงานดังนี้

  1. พัฒนาลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบเพื่เพิ่มปริมาณต้นทุน โดยการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่และฟื้นฟูแหล่งเดิม วางระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอทั่วถึงและเหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนาและฟื้นฟูระบบประปา บาดาลและผิวดินเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
  2. อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้เดิมให้คงสภาพและฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่ของรัฐและเอกชน การปลูกป่าชุมชน วนอุทนยาน การปลูกไม้เอนกประสงค์ และพืชพลังงานทดแทนเพื่อลดการพึ่งพิงป่าธรรมชาติ
  3. อนุรักษ์ดินและน้ำโดยการจัดทำฝายต้นน้ำ(Check Dam) จัดทำแนวป้องกันตลิ่งพังในพื้นที่ที่มีปัญหากัดเซาะรุนแรง และการปลูกพืชเพื่อชลอการไหลของน้ำ ลดการพังทลายของดินและเพิ่อมความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  4. พัฒนาเครื่อข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและแหล่งกำเนิดมลพิษ ขยะมูลฝอย น้ำเสีย และแก้ไขฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  5. เพิ่มศักยภาพและคุณค่าแหล่งท่องเที่ยวเดิม อาทิ ยกระดับตลาดไม้ดอกไม้ประดับอำเภอภูเรือให้ได้มาตรฐานระดับชาติ พัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านเชียง กระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อรับนักท่องเที่ยวระดับบน เป็นต้น ควบคู่กับการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมตามภูเขาที่เป็นจุดท่องเที่ยวต่างๆ โดยการปลูกป่าไม้ที่มีดอกสวยงาม อาทิ นางพญาเสือโคร่ง ราชพฤกษ์ เพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามและยกระดับมาตรฐานทั้งสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยกิจกรรมและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพื่มให้กับการท่องเที่ยว พร้อมทั้งพัฒนาบุคคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีทักษะการให้บริการ และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จัก
  6. พัฒนาโครงข่ายการสื่อสารและคมนาคมระหว่างกลุ่มจังหวัดให้สามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย พร้อมท้งพัฒนาบริการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : สร้างคุณค่าและยกมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสอดคล้องกับตลาด

เป้าประสงค์ เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภํณฑ์ให้ปลอดภัยมีคุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีรายได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น โดยมีกลยุทธ์การดำเนินงานดังนี้

  1. ส่งเสริมการผลิตสินค้าปลอดภัยต่อผู้บริโภคให้ได้มาตรฐานการผลิต GPA
  2. สร้างคุณค่า(Value creation)และความแตกต่าง(differentiate)ให้กับสินคาโดยการปรับปรุงรูปแบบ เน้นคุณภาพสินค้า สร้างเอกลักษณ์และตราสินค้าของตนเอง(branding) อาทิ ข้าวหอมมะลิ สมุนไพร สัปปะรด มะพร้าวแปรรูป และกล้วย เป็นต้น
  3. ปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความหลากกลายเพื่อลดความเสี่ยงสร้างรายได้และความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร อาทิ พืชพลังงานทดแทน ปศุสัตว์ (โคเนื้อ โคนม) และประมง เป็นต้น
  4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัด เหมาะสมและทันสมัย และสนับสนุนให้ทำการผลิตโดยใช้ปุ๋ยชีวภาพหรือเกษตรอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  5. ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานทดแทนและส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตการเกษตรให้หลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่าก่อนการจำหน่าย
  6. สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยสนับสนุนให้มีสถาบันวิจัยและพัฒนาจักรกลการเกษตรในพื้นที่ และพัฒนาระบบตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ อาทิ ตลาดกลางสินค้าเกษตรและตลาดซื้อขยล่วงหน้า

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : เพิ่มศักยภาพการผลิต การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

เป้าประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนกับกลุ่มจังหวัด และประเทศเพื่อนบ้านในอนุภาคลุ่มน้ำโขงโดยการใช้เวทีความร่วมมือระดับท้องถิ่นของสามประเทศในการเจรจาตกลงความร่วมมือด้านการค้า การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมและการกีฬาเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีและความั่นคงให้กับประเทศและพัฒนาระบบข้อมูลเศรษฐกิจเชิงลึกระดับพื้นที่ทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้เอื้อต่อการค้าการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. พัฒนาความร่วมมือทางด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนกับกลุ่มจังหวัดและประเทศเพื่อบ้านในอนุภาคลุ่มน้ำโขงโดยการใช้เวทีความร่วมมือของสามประเทศในการเจรจาตกลงความร่วมือด้านการค้า การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมและกีฬาเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีและความมั่นคงให้กับประเทศและพัฒนาข้อมูลระบบเศรษฐกิจเชิงลึกระดับพื้นที่ของไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สนับสนุนการทำการผลิตแบบมีสัญญา(Contract Framing) กับประเทศเพื่อบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในประเทศเพื่อนบ้นและเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบเพื่อการแปรรูปต่อไป
  3. ส่งเสริมการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม(Cluster) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรบริเวณพื้นที่จังหวัดหนองคายและอุดรธานี และส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้าน
  4. สนับสนุนให้มีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน(Border Econnomic Zone) ธุรกิจการค้าและการลงทุนโดยได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีอากร(Duty Free Zone)
  5. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวรณเมืองชายแดนและด่านชายแดน อาทิ ด่านท่าลี่ ด่านบึงกาฬ ให้เอื้อต่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด เพื่อสนับสนุนโครงข่ายระบบ คมนาคมขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต
  6. พัฒนาจังหวัดอุดรธานีให้เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับหนองคายและนครเวียงจันทร์และพัฒนาให้ป็นกลางทางคมนาคม และอากาศสนับสนุนการเชื่อมโยงหลวงพระบาง (สปป.ลาว)เว้ -ดานัง(เวียดนาม)-นครวัด(กัมพูชา)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : สร้างควมเข้มแข็งของสังคม คุณภาพชีวิตและความั่นคงของชายแดน

เป้าประสงค์ เพื่อพัฒนาให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ด้อยโอกาสสามารถพึ่งตนเองได้ และให้ประชาชนมีคุณภาพทั้งสติปัญญา ร่างกาย และจิตใจ มีคุณธรรมจริยธรรม ระเบียบวินัย มีค่านิยมที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิต สามารถนำความรู้สมัยใหม่ผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ของชุมชน (OTOP) ได้อย่างมีมาตรฐานนำสังคมไปสู่ความสงบสุข มีครอบครัวอบอุ่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีกลยุทธ์การดำเนินงานดังนี้

  1. เร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรยากจนให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองโดยออกเอกสารสิทธิ์พื้นที่ Zone E และพื้นที่ Zone A ให้เกษตรกรเพื่อให้เกิดความมั่นคงในอาชีพทางการเกษตรและสนับสนุนเครื่องมือ เทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
  2. ส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดี มีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาคมสุขภาพให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ โดยใช้กลยุทธ์เมืองไทยแข็งแรง
  3. สนับสนุนให้ทุกคนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบการศึกษา การบริการทางสังคมและข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และการดำรงชีวิตโดยเฉพาะประชากรวัยเรียน
  4. ส่งเสริมบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของครอบครัว องค์กรศาสนา โรงเรียนท้องถิ่นและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและกำหนดบรรทัดฐานของสังคม ทั้งระเบียบวินัยคุณภาพ และจริยธรรม ให้นำหลักธรรมของศาสนามาเป็นกรอบในการดำเนินชีวิตและการทำงานเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง ชุมชน และองค์กร
  5. ส่งเสริมการมีงานทำโดยภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาและฝึกทักษะฝีมือแรงงานให้กับผู้ด้อยโอกาสให้มีความรู้ความสามารถตรงและเป็นที่ต้องการของตลาดและส่งเสริมให้แรงงานทั้งในและนอกระบบได้รับการคุ้มครอง และมีหลักประกับความั่นคงในการทำงานอย่างทั่วถึง
  6. สร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ OTOPโดยพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้า และบริการให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ด้วยการปรับปรุงกรรมวิธีการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ์ ให้มีความสวยงามรวดเร็ว สะอาดและปลอดภัย สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสินค้า สร้างตราสัญลักษณ์การรวมกลุ่มเป็นธุรกิจชุมชนเพื่อให้คนจนมีศักยภาพมากขึ้น และสนับสนุนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมทั้งส่งเสริมการตลาด โดยการประชาสัมพันธ์ให้เห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ ของการใช้สินค้า จัดหาสถานที่จำหน่ายหรือออกร้าน และเชื่อมโยงการตลาดเข้ากับธุรกิจ ห้างร้านขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ
  7. เพิ่มศักยภาพในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โรคระบาดตามแนวชายแดนและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปัญหา และพัฒนาความร่วมมือในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความั่นคงตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
  8. สร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุนำความรูและประสบการณ์มาทำประโยชน์เพื่อสังคมและขยายโอกาสในการเข้าถึงหลักประกันเพื่อให้ผู้สูงอายุเป็นหลักทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม
เครื่องมือส่วนตัว