พูดคุย:Wutichai
จาก SSM Wiki
upload รูปไม่ได้ครับ ขึ้น Error แบบนี้ครับ
Could not rename file "/tmp/phprg8hMn" to "public/b/b4/BDS.jpg".
ช่วยแนะนำด้วยครับ
เนื้อหา |
การอัปโหลดรูปและไฟล์ไม่ได้
ต้องขออภัยด้วยครับ ทางเรากำลังแก้ไขอยู่เนื่องจากเราเปลี่ยนชื่อ web จาก www.thaiboc.com/ssmwiki เป็น www.ssmwiki.org ทำให้ระบบไปสร้าง Folder ที่เก็บไฟล์อัปโหลดใหม่ที่ต่างจาก Folder ที่อยู่เดิม ขณะนี้เรากำลังค้นหาอยู่ครับ เพราะถ้าเราตั้งค่าตามระบบใหม่ เพื่อให้อัปโหลดได้ รูปที่มีอยู่แล้วถ้าไม่สามารถแสดงได้ครับ
การอัปโหลดรูป
ขณะนี้ทุกท่านสามารถอัปโหลดรูปได้ตามปกติแล้วครับ (วันที่ 20 มีนาคม 2552)
มีปัญหาสอบถามเกี่ยวกับ การนำระบบวิกิมาใช้ในการจัดการความรู้ครับ
สวัสดีครับ
ผม อนรรฆวงศ์ กลัดสำเนียง
ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
มีความสนใจในเรื่องการนำวิกิมาเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้
มีข้อสงสัยอยากรบกวนสอบถาม ดังนี้
1. จะสร้างแรงจูงใจอย่างไรที่ทำให้บุคลากรภายในองค์กร นำความรู้ที่มีอยู่เข้าสู่ระบบ
2. ระยะเวลา กว่าที่จะมีผู้นำความรู้เข้าสู่ระบบ จนเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง
กรุณาตอบกลับด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
อนรรฆวงศ์ กลัดสำเนียง eea77smtct@hotmail.com
6 กรกฎาคม 2553
ตอบปัญหาของคุณอนรรฆวงศ์
1. จะสร้างแรงจูงใจอย่างไรที่ทำให้บุคลากรภายในองค์กร นำความรู้ที่มีอยู่เข้าสู่ระบบ
- สวัสดีครับ คุณอนรรฆวงศ์ เล่นโจทย์ยากเลยนะครับ คนทำงานการจัดการความรู้มาก่อนย่อมรู้ซึ้งถึงการชักจูงให้บุคลากรของเรานำ Tacit ของเขามาจัดเก็บในรูปแบบของ Explicit แบบใดแบบหนึ่ง ว่ามันเข็นภูเขาขึ้่นครกขนาดไหน ไม่ต้องถึงกับลงวิกิหรอกครับ เอาแค่เขียนธรรมดานี่ยังยากเลย ถ้าเอาศาสตร์ตะวันตกเขาก็เล่นเรื่องการบริหารจัดการต่างๆ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วใช้คนที่ขยันหน่อยที่เราสมมุติว่าเป็นคุณลิขิต ในโมเดลปลาทูมาเก็บเอาความรู้ที่ได้จากเวทีแลกเปลี่ยนนั้นมาเก็บจัดในระบบอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ลืมว่ายังมีอีกโมเดลหนึ่งที่ช่วยเราได้คือการใช้กระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Management Process เพราะเรากำลังจะเล่นบทผู้บริหารการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ธรรมดา แต่เราจะเป็นวัฒนธรรมองค์การจากไม่ชอบเก็บความรู้มาเป็นคนที่ชอบเก็บและเผยแพร่ความรู้
- อีกวิธีที่เขานิยมใช้กันคือ ใช้ผู้บริหารให้เป็นประโยชน์ในการเป็นผู้สั่งการหรือขอความร่วมมือ ยิ่งถ้าหัวหน้าเห็นดีเห็นงามกับเราและพอเป็นเรื่อง IT นะเข้าทางเราเลย เราก็ขอให้หัวหน้าแจ้งบุคลากรของเราว่าต่อไปนี้เราจะอ่านรายงานที่เกี่ยวกับความรู้ผ่านวิกิ ถ้าทำได้เราก็จะเหนื่อยน้อยลง แต่งานที่ต้องมากลั่นกรองและจัดหมวดหมู่จะมากขึ้น ไฟล์ขยะในวิกิก็จะเพิ่มขึ้น
- แต่ที่ผมใช้คือการเข้าใจบุคลากรของเรา อดทน และให้เวลา พร้อมทั้งทำตัวเราเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างไม่ย่อท้อ คือเราต้องมี อิทธิบาท 4 ก่อน ถามเราก่อนว่ามีใจรักที่จะทำวิกินี้ไหม บวกกับเรามีจิตสาธารณะที่อยากจะช่วยให้องค์กรเราเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ความชอบนี้แหละจะขับเคลื่อนตัวเราให้มีกำลังใจ เมื่อจัดการกับตัวเราได้แล้วเราถึงเริ่มจัดการคนอื่นๆ ต่อไปได้
- คุณเคยเห็นคนฝึกลิงไหมครับ ขนาดคุยกันไม่รู้เรื่องมันยังเรียนรู้ได้เลย ประเด็นหลักอยู่ที่ไหนครับ ขณะที่คนสอนลิง ลิงมันก็สอนคนด้วยนะครับ เชื่อไหมละ มันสอนคนว่าต้องทำอย่างไรกับฉันบ้าง ฉันจึงเข้าใจและยิยอมทำตามที่คนต้องการ นั้นคือลิงบอกเราว่าถ้าจะสอนลิงต้องเข้าใจลิงและรู้ถึงข้อจำกัดความสามารถของลิง ถ้าเราเข้าใจคนของเราและรู้ถึงความสามารถของเขาเหล่านั้น เราจะได้วางกลยุทธได้ถูกต้อง ใครทำไม่ได้ผมไม่บังคับเขา เราจะได้ไม่เหนื่อย เขาก็จะได้ไม่เกียจเรา
- เพราะฉนั้นแล้ว ผมเริ่มที่ตัวผม ทำ SSMWiki นี้ให้น่าสนใจ และเปิดรับบุคคลภายนอกเพื่อช่วยกันสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ รอไปสักวันจะเห็นว่าเรามีแนวร่วมเพิ่มมากขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว หมั่นเจริญ อิทธิบาท 4 ไว้แล้วจะเห็นผลเองครับ และขอให้คุณมุ่งมั่นจริงๆ คุณจะพบความสำเร็จครับ
2. ระยะเวลา กว่าที่จะมีผู้นำความรู้เข้าสู่ระบบ จนเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง
- ระยะเวลากับความพึงพอใจ ผมยังไม่เคยเห็นว่ามันจะไปบบรจบกันสักที เพราะทั้งสองเรื่องนี้มันไม่เป็นจุดคงที่ มันเป็นพลวัตรครับ เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์เรามากกว่า บ่อยครั้งที่เราบอกว่าแค่นี้ก็พอใจแล้ว ทั้งๆ ที่จริงแล้วเราตั้งเป้าไว้มากกว่านี้ นอกจากคุณจะมีตัวชี้วัดและระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อวัดจุดคงที่ที่วินาทีของเวลานั้น ปัจจัยภายนอกและภายในตัวเราที่มีอยู้มากโดยเฉพาะ นิวรณ์ 5 นี่ สุดยอดครับ เราจะสามารถหาเหตุผลมารองรับความพอใจของเราทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วมันยังไม่บรรลุเป้าประสงค์ของเรา
- ตัวอย่างผมแรกเลยเห็นความสามารถของวิกิแล้วชอบมาก เรียกว่าโดนเลย ตั้งเป้าเลยว่าจะมีควพึงพอใจเหมือนเราหลายคนแน่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างจังหวัดที่จะมีโอกาสมาแสดงความรู้ในตัวสินค้าของเขาให้คนอื่นได้รับทราบ แค่หลังจาก 18 เดือนที่ผมถ่ายทอดความรู้ให้ทั้งผู้ประกอบการและบุคลากรในสำนักงานรวมแล้วน่าจะเป็น 500 คน ผลตอบกลับปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 5 คนนะที่ยังสร้างและแก้ไขเนื้อหาอยู่ แต่ก็พึงพอใจเพราะมีคนเข้าดูวันละพันกว่าครั้ง สำหรับผมแล้วถึงไม่บรรลุเป้าหมายจำนวนตนที่มาลงเนื้อหา แต่ก็บรรลุผลจำนวนคนเข้ามาดูก็พอใจแล้วนะ
เอาเป็นว่าให้ข้อคิดมากกว่าคำตอบตรงตามคำถามก็แล้วกัน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ มีอะไรก็คุยกันได้ครับ แบ่งปันกันครับ --wuddy02 20:48, 7 กรกฎาคม 2553 (ICT)
ขอบพระคุณ คุณwuddy02 มากครับ
ขอบพระคุณ คุณwuddy02 มากครับ ที่กรุณาสละเวลาตอบคำถาม
และอธิบายปัญหาจนทำให้ผมเกิดความกระจ่าง
และตรงประเด็นอย่างมากเลยครับ
อนรรฆวงศ์ กลัดสำเนียง
8 กรกฎาคม 2553
