ผลการให้บริการคลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลก

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

ผลการดำเนินงานปีที่ 3

โครงการที่ 1(การพัฒนาการผลิตข้าวใหม่ให้เป็นข้าวเก่า)

  • คณะที่ปรึกษาได้ศึกษาเอกสารข้อมูลผลการดำเนินการในส่วนของการผลิตข้าวใหม่เป็นข้าวเก่าจากปีที่ผ่านมา และเยี่ยมชมโรงสีเจริญพาณิชย์ ซึ่งเป็นโรงสีนำร่องในการพัฒนากระบวนการผลิตข้าวใหม่เป็นข้าวเก่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2551 และได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบ Onsite visit โดยเชิญ อาจารย์ผดุงศักดิ์ วานิชชัง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสีข้าว และมีการพัฒนาเครื่องจักรด้านการสีข้าว รวมถึงมีงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องจักรในการผลิตข้าวใหม่เป็นข้าวเก่ามากมาย นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่ดำเนินการกิจกรรมพัฒนาการผลิตข้าวใหม่เป็นข้าวเก่าในปีที่ผ่าน ร่วมเป็นวิทยากรที่ปรึกษาให้กับสมาชิกโรงสี ในส่วนของการดำเนินการโดยละเอียด คณะที่ปรึกษาได้จัดให้มีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการทำข้าวใหม่ให้เป็นข้าวเก่า กลไกที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำข้าวให้เก่า จนถึงเทคโนโลยีในการผลิตข้าวใหม่ให้มีความเก่า สรุปดังนี้
  1. คุณสมบัติของข้าวที่เปลี่ยนไประหว่างการเก็บรักษา สมบัติทางด้านการหุงต้มและคุณภาพการรับประทาน (Eating quality) ของข้าวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องระหว่างการเก็บรักษา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางเคมีกายภาพของลิปิด (Lipid) โปรตีนและองค์ประกอบอื่นซึ่งมีผลมาจากเอนไซม์และออกซิเจนทำให้สมบัติด้านการดูดซึมน้ำ การพองตัว การละลายและความหนืดมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ข้าวสุกซึ่งหุงจากข้าวเก่ามีลักษณะร่วนแข็ง ไม่เกาะติดกัน มีของแข็งที่ละลายในน้ำที่หุงน้อย อุ้มน้ำมาก ขยายปริมาตรมากซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ซึ่งโดยทั่วไปการที่ข้าวจะมีสมบัติดังกล่าวได้จะต้องทำการเก็บไว้เป็นเวลา 4-6 เดือน จึงเป็นการสิ้นเปลืองพื้นที่ในการเก็บข้าวเปลือกส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง จึงมีการวิจัยอย่างกว้างขวางเพื่อเร่งอายุการเก็บรักษาข้าวหรือเปลี่ยนสมบัติของข้าวจากข้าวใหม่เป็นข้าวเก่า เพื่อให้สามารถผลิตข้าวใหม่เป็นข้าวเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเข้าใจกลไกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษารวมถึงผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่มีต่อคุณภาพของข้าวเก่า
  2. กลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษาข้าว ระหว่างการเก็บรักษาข้าวมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับลิปิดและโปรตีนดังนี้ ลิปิดเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นกรดไขมันอิสระและเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับอะไมโลสและสารประกอบคาร์บอนิลและไฮโดรเปอร์ออกไซด์ซึ่งเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันของโปรตีน การ Condensation และ Accumulation ของสารประกอบคาร์บอนิล การเกิดออกซิเดชันของโปรตีนเป็นการเกิดพันธะไดซัลไฟด์จากหมู่ซัลไฮดริลทำให้แรงในการยึดเกาะกันระหว่างโมเลกุลของโปรตีนกับสตาร์ชเพิ่มขึ้น ยับยั้งการพองตัวของสตาร์ชและมีผลต่อลักษณะเนื้อสัมผัสของข้าวสุก นอกจากนี้ระหว่างการเก็บรักษายังเกิดปฏิกิริยาระหว่างเฟอรูเลทเอสเทอร์ (Ferulate ester) ของเฮมิเซลลูโลสทำให้เกิดพันธะข้าม มีผลให้ความแข็งแรงของผนังเซลล์ในเมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น ระหว่างการเก็บรักษาเกิดกระบวนการที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพ เคมีและชีววิทยา ซึ่งผนังเซลล์มีการปลดปล่อยกรดฟินอลิกอิสระและสารนี้ทำหน้าที่เป็นสารต้านการออกซิเดชัน (Antioxidant) ซึ่งเกิดการรวมตัวกับกรดไขมันอิสระและเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับอะไมโลส ระหว่างการเก็บรักษา
  3. การดำเนินการของโรงสีสมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลก ในการดำเนินการพัฒนาข้าวใหม่เป็นข้าวเก่าของกลุ่มสมาชิกในช่วงแรก ใช้วิธีการให้ความร้อนข้าวโดยมีกระบวนการผลิต 2 รูปแบบคือการผลิตข้าวเก่าโดยการให้ความร้อนแห้ง และการให้ความร้อนชื้น โดยในแต่ละแบบมีรูปแบบการผลิตแตกต่างกัน

โครงการที่ 2 (การประเมินสถานภาพการผลิตตามระบบ GMP สำหรับโรงก๋วยเตี๋ยว)

  • การจัดทำมาตรฐานตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice : GMP) ในปีแรกนี้จะทำการประเมินกันเองระหว่างสมาชิก ร่วมกับการเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มโรงงานก๋วยเตี๋ยว ทราบสถานภาพของตนเอง และเตรียมความพร้อมในการพัฒนา
  • คณะที่ปรึกษาได้จัดกิจกรรมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ Onsite visit โดยได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 5-6 เมษายน 2551 โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. อรอนงค์ นัยวิกุล มาร่วมประเมิน ผลการประชุมสรุปประเด็นได้ดังตารางที่ 7 โดยได้เชิญสมาชิกจากกลุ่มโรงก๋วยเตี๋ยวและกลุ่มโรงสีผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม โดยใช้โรงก๋วยเตี๋ยว น.นิตย์ และโรงก๋วยเตี๋ยวบุญญะศานต์ เป็นกรณีศึกษา ผลการประเมิน (รายละเอียดในตารางที่ 9-11) ของโรงงานก๋วยเตี๋ยวทั้ง 4 แห่งจะพบว่ากระบวนการผลิตยังไม่ผ่านตามเกณฑ์ GMP มีความจำเป็นต้องทำการปรับปรุงในประเด็นต่าง ๆ ที่ระบุไว้ โดยคณะที่ปรึกษาได้แจ้งให้กับผู้ประกอบการทราบถึงแนวทางในการพัฒนา โดยเฉพาะในหมวดสุขลักษณะส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงงานเก่าที่มีการดำเนินการมานาน การปรับปรุงให้สภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ค่อนข้างยากในบางโรง และปัจจุบันเองกฎหมาย GMP ยังไม่มีการบังคับครอบคลุมถึงโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ก็มีแนวโน้มว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะมีการบังคับใช้กฎหมาย GMP สำหรับโรงงานผลิตก๋วยเตี๋ยวในเร็ววันนี้ กิจกรรมของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลก ช่วยให้โรงงานผลิตก๋วยเตี๋ยวได้รู้สภาพปัจจุบันของโรงงาน เป็นการเตรียมความพร้อมตัวสำหรับอนาคต

โครงการที่ 3 การพัฒนาวิธีการตรวจสอบข้าวอย่างง่าย

  • ในส่วนของโครงการการพัฒนาวิธีการตรวจสอบข้าวอย่างง่าย คณะที่ปรึกษาได้ทำการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สมาชิกได้นำไปใช้ในการตรวจสอบคุณภาพข้าวให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน เนื่องจากข้าวมีปัจจัยหลากหลายที่มีผลต่อคุณภาพ ทำให้คุณสมบัติของข้าวมีความแตกต่างกันไป และความต้องการของผู้ใช้งานก็แตกต่าง เช่นผู้บริโภคทั่วไปต้องการข้าวที่มีความนุ่ม หุงขึ้นหม้อ ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวต้องการข้าวแข็งนาปี ดังนั้นทางคณะทำงานจึงได้จัดทำเอกสารวิธีการปฏิบัติงานการตรวจสอบคุณภาพข้าว ที่สมาชิกไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงสี หรือกลุ่มโรงงานแปรรูปข้าวสามารถนำไปปรับใช้ในการตรวจสอบคุณภาพข้าว เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและควบคุมการผลิต โดยได้ทำการรวบรวมพัฒนาวิธีการตรวจสอบทั้งสิ้น 5 วิธี ได้แก่
  1. การหาอัตราการขยายปริมาตร โดยใช้วิธีการต้ม
  2. การหาค่าจีที โดยใช้วิธีการทดสอบด้วยด่าง
  3. การหาปริมาณอะไมโลส โดยวิธีการวัดความเข้มแสง
  4. การหาค่าความคงตัวของเจล โดยการต้มจากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น
  5. การตรวจสอบข้าวเก่าข้าวใหม่ โดยใช้ชุดน้ำยาทดสอบ
  • คณะที่ปรึกษาได้ทำการจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ พร้อมแจกเอกสารคู่มือปฏิบัติงานให้กับสมาชิกที่เข้าร่วม โดยการตรวจสอบดังกล่าวข้างต้นในบางรายการจำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ ซึ่งสมาชิกกลุ่มหรือผู้ประกอบการบางแห่งยังไม่พร้อมที่จะลงทุน ทางคณะทำงานได้ทำการจัดเตรียมเครื่องมือพร้อมสารเคมีต่าง ๆ โดยนำไปติดตั้งไว้ ณ โรงสีไฟสิงหวัฒน์ ซึ่งมีความพร้อมด้านบุคลากรและสถานที่ สมาชิกสามารถส่งตัวอย่างมาตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดีการตรวจสอบบางอย่างทำได้โดยง่าย เช่น การหาค่าจีที การหาความคงตัวของเจล การตรวจสอบข้าวเก่าข้าวใหม่ ซึ่งมีกลุ่มสมาชิกโรงสีหลายโรงที่สนใจ และทางคณะทำงานได้จัดเตรียมน้ำยาตรวจสอบมอบให้กับกลุ่มโรงสีที่นำไปทดสอบการใช้งาน เช่นโรงสีเจริญพาณิชย์ โรงสีสหกิจ เป็นต้น เอกสารคู่มือวิธีการปฏิบัติงานการตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างง่าย
  • ผลการประเมินการนำไปใช้งานจริงในสถานประกอบการพบว่าวิธีการตรวจสอบดังกล่าว สามารถใช้งานได้ดี มีประสิทธิภาพ จนมีกลุ่มผู้ประกอบการหลายรายสนใจเข้าศึกษาดูงาน เช่นกลุ่มโรงงานก๋วยเตี๋ยวจากจันทบุรี กลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิจิตร โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 3 และทางกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลก จะมีการผลักดันให้มีการกำหนดมาตรฐานร่วมกันในการซื้อขายโดยการใช้ผลการตรวจสอบจากวิธีการตรวจสอบที่ได้พัฒนาขึ้นนี้
  • กิจกรรมสนับสนุนอื่น ๆ
    • นอกเหนือจากกิจกรรมหลัก 3 โครงการดังกล่าวแล้ว กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลก ยังมีกิจกรรมสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกภายในกลุ่มได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดต่อสื่อสารระหว่างภายในกลุ่มและนอกกลุ่ม เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงที่มั่นคงขึ้น โดยยังเป็นการเชื่อมโยงกับกลุ่มคลัสเตอร์อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยได้จัดทำ Web blog ของกลุ่ม และจัดส่งเอกสารประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบ
    • การศึกษาดูงานประจำปีงบประมาณ 2551 คณะที่ปรึกษาร่วมกับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานสำหรับสมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลกขึ้น ในวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2551 โดยได้นำสมาชิกเข้าศึกษาดูงานสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้

- บริษัทปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ลพบุรี (โรงสีข้าว น้ำมันรำข้าว ปุ๋ยอินทรีย์) - บริษัทโรงสีข้าวสวนดุสิต จำกัด - ภาควิชาเกษตรกลวิธาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก (โรงเรียนโรงสี) - กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเส้นขนมจีน ฉะเชิงเทรา นอกจากนั้นแล้วตัวแทนจากคณะทำงาน (ดร.คงศักดิ์ ศรีแก้ว) ยังได้เข้าร่วมการอบรมผู้ประสานงานคลัสเตอร์ (Cluster Development Agent:CDA) ร่วมกับสมาชิกกลุ่ม คุณจอมพงษ์ พิพัฒน์ศาสตร์ และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 (คุณพงศ์พิพัฒน์ พิมพา) จัดโดย ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 21-25 เมษายน 2551

ผลลัพธ์ (Outcome)

  • การเชื่อมโยงภายในกลุ่ม การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างที่ปรึกษา และสมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์ ช่วยสร้างกิจกรรมร่วมระหว่างสมาชิกกลุ่ม โดยเฉพาะในส่วนของกลางน้ำและปลายน้ำ คือโรงสี และโรงงานแปรรูปข้าว (โรงก๋วยเตี๋ยว) ทำให้มีการซื้อขายภายในกลุ่มมากขึ้น นอกจากนั้นทางกลุ่มยังได้ริเริ่มให้มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวโดยใช้วิธีการตรวจสอบอย่างง่ายที่พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการซื้อขาย ช่วยให้การซื้อขายข้าวภายในกลุ่มเป็นไปได้ดีกว่าปกติ เนื่องจากโรงสีจะทำการคัดเลือกข้าวให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าอย่างเหมาะสม เช่นลูกค้าที่เป็นโรงก๋วยเตี๋ยวก็จะใช้ข้าวที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันกับกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคทั่วไป
  • นอกจากนั้นแล้วในช่วงปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2550 ข้าวมีราคาผันผวนค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ปลายปี 2550 ที่ผ่านมา สถานการณ์ภัยแล้งของโลก ส่งผลให้เวียดนามและอินเดียจำกัดการส่งออก ทำให้เกิดความต้องการข้าวในตลาดโลกสูงเป็นประวัติการณ์ และราคาข้าวได้ถีบตัวสูงขึ้นมาก โดยสถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลก ได้เริ่มผันผวนอีกครั้งตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2551 ในช่วงที่ข้าวนาปรังเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด และต่อมาเวียดนามได้ประกาศขายข้าวอีกครั้งในราคาที่ต่ำกว่าถึงต้นละ 100 เหรียญ สถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างหนัก และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหากผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวได้ทันก็จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ เนื่องจากราคาข้าวในประเทศจะได้รับอิทธิพลจากราคาในตลาดโลกเป็นสำคัญ โดยการกำหนดราคาข้าวในประเทศจะกำหนดโดยกลุ่มผู้ส่งออกเป็นหลัก เป็นลักษณะการกำหนดราคาจากปลายน้ำลงมาสู่ต้นน้ำ ซึ่งตรงข้ามกันกับการเดินทางของสินค้าข้าวที่เริ่มจากเกษตรกร จนถึงผู้ส่งออก (ต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในประเทศไทย ยังไม่สามารถกำหนดราคาข้าวได้ในปัจจุบัน

กิจกรรมของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลก ช่วยให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นสมาชิก มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมเตือนภัยซึ่งกันและกัน และกำหนดท่าทีทางธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กับสมาชิกภายในกลุ่ม จากการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เมื่อคราวประชุมปิดโครงการ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 ณ โรงแรมท็อปแลนด์ ได้อภิปรายถึงความเข้มแข็งของการเชื่อมโยงของสมาชิกในโซ่อุปทาน โดยวิเคราะห์แผนผังความเชื่อมโยง พบว่ากลุ่มโรงสีและกลุ่มผู้แปรรูปมีความเชื่อมโยงที่เข้มแข็งขึ้น รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กับกลุ่มโรงสีและกลุ่มแปรรูปข้าว แม้ว่าระดับความเชื่อมโยงจากเกษตรกรถึงโรงสีจะยังคงน้อย แต่ก็ยังมีความเชื่อมโยงกันอยู่

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
    • กิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลกในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการในระบบโซ่อุปทานสินค้าข้าว ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้ประกอบการโรงสี ทั้งโรงสีขนาดเล็กและโรงสีขนาดใหญ่ ถึงผู้แปรรูปสินค้าข้าว โรงก๋วยเตี๋ยว และผู้บริโภค ส่งผลให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของสมาชิกกลุ่ม โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวได้แก่ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอก ของ หจก. กาบาริ กาบาไรซ์ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่มีสาร GABA ซึ่งช่วยในเรื่องของระบบประสาท ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ มีงานวิจัยรองรับมากมายถึงประสิทธิภาพของสาร GABA ทางกลุ่มได้ร่วมกันพัฒนากระบวนการผลิตและได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากที่ปรึกษา จนส่งผลให้เกิดผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอก ตรา กาบาริ ขึ้น โดยข้าวกล้องงอกจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามากกว่าข้าวกล้องทั่วไป ราคาขายปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 100 บาท
    • นอกจากนั้นแล้วทางกลุ่มได้พัฒนาน้ำยาตรวจสอบข้าวใหม่ข้าวเก่า ซึ่งได้มีการนำไปทดลองใช้แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้มีกลุ่มคลัสเตอร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิจิตร รวมถึงโรงงานแปรรูปข้าวหลายแห่ง ที่สนใจนำไปใช้ ทางกลุ่มโดยที่ปรึกษาจึงได้มีการจัดทำผลิตภัณฑ์น้ำยาสำหรับตรวจสอบข้าวใหม่ข้าวเก่าขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มคลัสเตอร์ข้าวพิษณุโลก

ผลกระทบ (Impact)

  • การประชุมปิดโครงการ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 ณ โรงแรมท็อปแลนด์ ได้มีการวิเคราะห์ระดับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าว พิษณุโลก โดยมีสมาชิกกลุ่มเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง และจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีการประมาณมูลค่าที่เกิดจากการเชื่อมโยง ดัวนี้
  1. ขยายธุรกรรมภายในกลุ่ม จากการประมาณมูลค่าโดยรวมของการซื้อขายข้าวของทั้งจังหวัดพิษณุโลกจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคาข้าวที่สูงขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,000 – 6,000 ล้านบาท โดยในกลุ่มสมาชิกคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวมีการซื้อขายสินค้าข้าวเพิ่มขึ้นกว่า 100-300 ล้านบาท
  2. กลุ่มโรงสีมีผลิตภาพ (Productivity) เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 15-20 เนื่องจากขายข้าวได้ราคาดีขึ้นมาก
  3. ส่วนกลุ่มเกษตรกรมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10-12 เนื่องจากราคาข้าวสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการทำการเกษตรส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาปุ๋ยและสารเคมีซึ่งได้ปรับราคาสูงขึ้นเช่นกันทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย
  4. กลุ่มแปรรูปข้าว (โรงก๋วยเตี๋ยว) มีการชะลอตัวในด้านการผลิตในช่วงที่ข้าวมีราคาแพง (ตั้งแต่ต้นปี 2551) เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นมาก แต่ในช่วงตั้งแต่พฤษภาคม 2551 เป็นต้นมาราคาข้าวลดลง และมีผลผลิตข้านาปรังออกสู่ตลาด ทำให้ปรับตัวอยู่ในสภาวะปกติแล้ว
  5. การลงทุน ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวยังไม่มีการลงทุนที่เป็นรูปธรรมมากนัก โดยในส่วนของโรงสีเองมีกำลังการผลิตพอเพียงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในปี 2552 ที่จะถึงนี้ สมาชิกได้ให้ความสนใจในเรื่องของการจัดการด้านพลังงานมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ด้านราคาของน้ำมันและมีความสนใจที่จะลงทุนในเรื่องของการจัดการพลังงานในโรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงสี เพิ่มมากขึ้น
เครื่องมือส่วนตัว