คพอ.

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
บริการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • โครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.)

เนื้อหา

ความเป็นมา

  • ปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศไทย มีอยู่กว่าร้อยละ 90 ของวิสาหกิจทั้งหมด ดังนั้นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ คือ การพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจ ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการจัดการธุรกิจเพราะตัวผู้ประกอบการถือว่ากลจักรที่สำคัญในการสร้างสรรค์ พัฒนา และผลักดันให้วิสาหกิจเติบโต และยั่งยืนอยู่ได้แม้จะประสบภาวะวิกฤต อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
  • กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยสำนักพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมหรือเรียกย่อๆ ว่า คพอ. ขึ้นตั้งแต่ปี 2523 โดยจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ นับจากปี 2523 จนถึงปัจจุบัน การฝึกอบรม คพอ. ได้จัดไปแล้ว 135 รุ่น รวม 47 จังหวัด ในภูมิภาคต่างๆ

ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี ปราจีนบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร จันทบุรี นครปฐม และฉะเชิงเทรา

ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง พิษณุโลกนครสวรรค์ ตาก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ น่าน และสุโขทัย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี หนองคาย สกลนคร ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครพนม หนองบัวลำพู กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ เลย และบุรีรัมย์

ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัด สงขลา ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ตรัง และภูเก็ต

  • มีผู้ผ่านการอบรมเป็นสมาชิก คพอ. ทั้งสิ้น 4,558 คน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ทำให้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เข้าใจในหลักการจัดการ และรู้จักวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการก่อนที่จะทำการลงทุน

2. เพื่อพัฒนาผู้ที่มีแนวโน้มการลงทุนประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม ให้เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จ

3. เพื่อให้ก่อเกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นในภูมิภาค รวมทั้งมีการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

ปรัชญาของโครงการ

1. การสร้างนักธุรกิจโดยเชื่อว่าคนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ศูนย์กลางการพัฒนา และศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลง

2. การสร้างธุรกิจโดยให้เริ่มต้นธุรกิจได้และ บริหารธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่รอดอย่างยั่งยืน รวมทั้งสามารถแข่งขันได้

จุดเด่นของวิธีการฝึกอบรม คพอ.= 1. หลักสูตรมีเนื้อหาครบวงจร ที่ผู้ประกอบการต้องทราบเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ

2. วิทยากร มีความเข้าใจถึงกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมว่ามีความแตกต่างในสาขาอาชีพ การศึกษา อายุ และประสบการณ์ จึงถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่าย ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ และประสบการณ์อย่างดีทุกคนและสามาระนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารกิจการได้เป็นอย่างดี

3. เนื่องจากการฝึกอบรม คพอ. มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ผู้ผ่านการฝึกอบรม จึงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ทำให้มีความรักความผูกพัน และจริงใจในการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและธุรกิจเกิดเป็นเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจขึ้น

4.หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรม นอกจากจะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้รับการฝึกอบรมยังสามารถขอรับบริการต่างๆ จากสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (ATSME) ซึ่งเป็นสมาคมของสมาชิก คพอ. โดยสมาคมนี้จะให้ความช่วยเหลือสมาชิกทางด้านวิชาการ เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจของสมาชิก ให้เจริญก้าวหน้า สมดังคำขวัญของโครงการ คพอ. ที่ว่า “ มิตรภาพเฟื่องฟู เชิดชูวิชาการ บริการสมาชิก เชื่อมโยงธุรกิจ” อีกด้วย จึงนับว่าเป็นโครงการคุณภาพที่ให้ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

5. หลักสูตรการฝึกอบรม คพอ. แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ

1. คพอ. พื้นฐาน สำหรับผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการใหม่ ระยะเวลาอบรมประมาณ 23 วัน ได้จัดมาแล้ว 135 รุ่น 47 จังหวัด มี 2 ประเภท คือ

1.1 คพอ. ทั่วไป ผู้เข้าอบรมเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ

1.2 คพอ.รายสาขา ผู้เข้าอบรมเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในแต่ละสาขา เช่น

  • สาขาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
  • สาขาอุตสาหกรรมเซรามิค
  • สาขาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และโลหะการ
  • สาขาอุตสาหกรรมอาหาร
  • สาขาอุตสาหกรรมเครื่องหนัง
  • สาขาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ

2. คพอ.ขั้นสูง ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการอบรม คพอ.ขั้นพื้นฐานมาแล้ว แบ่งการอบรมเป็น 2 ประเภทคือ

2.1 คพอ. ขั้นสูงระยะสั้น เป็นการอบรมเฉพาะด้าน ใช้เวลาประมาณ 3- 5 วัน ได้จัดมาแล้ว 13 ครั้ง มีผู้ผ่านการอบรมประมาณ 430 คน เรื่องที่อบรม คือ

  • การบริหารธุรกิจยุคใหม่สู่ความเป็นเลิศ
  • กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร
  • เทคนิคการใช้สไตล์การบริหารงาน
  • การตลาดก้าวหน้าธุรกิจก้าวไกล
  • การบริหารต้นทุนเรื่องที่คุณต้องรู้
  • การเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการมืออาชีพ

2.2 คพอ. ขั้นสูงระยะยาว แบ่งการอบรมเป็น 2 ระยะ คือ อบรมที่กรุงเทพฯ 7 วัน และเดินทางไปดูงานต่างประเทศ 7 – 10 วัน ได้จัดมาแล้ว 4 ครั้ง มีผู้ผ่านการอบรมประมาณ 100 คน เรื่องที่อบรมคือ

  • การบริหารการค้า และการลงทุนในยุคโลกาภิวัฒน์ 2 ครั้ง (เดินทางไปดูงานประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์)
  • การบริหารคุณภาพเพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ตลาดยุโรป 2 ครั้ง (เดินทางไปดูงานประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และฮังการี)

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการนี้เป็นโครงการสมบูรณ์แบบหรือครบวงจรในตัวเองเริ่มด้วย

1. เสนอแนะข้อมูลเศรษฐกิจและลู่ทางการลงทุนให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

2. ทำการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามหลักสูตรผสมผสานหลายด้านเพื่อเป็นแนวทางในการประกอบการ

3. ติดตามผลการดำเนินงานของผู้เข้าร่วมโครงการด้วยการให้บริการปรึกษาแนะนำแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านเทคนิควิชาการ

การฝึกอบรมเนื้อหาครอบคลุมทุกด้านสำหรับการประกอบการโดยแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ

3.1 ลักษณะของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เน้นกิจกรรมเสริมสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการประกอบการ ด้วยการนำเอาหลักวิชาการมาใช้ในการวิเคราะห์ถึงศักยภาพที่มีในตัวผู้ประกอบการเพื่อนำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ

3.2 ด้านการจัดการธุรกิจ แบ่งเป็น

  • การจัดการด้านบุคคล
  • การจัดการด้านการตลาด
  • การจัดการด้านการผลิต
  • การจัดการด้านการเงิน
  • การเจรจาต่อรองธุรกิจ

3.3 การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ/แผนธุรกิจ

3.4 ความรู้เรื่องการจัดตั้งธุรกิจ

กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว หรือทายาทธุรกิจหรือผู้ที่ประสงค์จะลงทุนใหม่ซึ่งมีโครงการลงทุนที่แน่นอนแล้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • ผลผลิต ผู้ประกอบการได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการ
  • ผลลัพธ์ ร้อยละความสำเร็จของผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนา
  • ร้อยละของจำนวนผู้ประกอบที่ได้รับการพัฒนาต่อจำนวนผู้ประกอบการที่ขอรับบริการ


กิจกรรมสนับสนุน

  • กิจกรรมสนับสนุนที่ต่อเนื่องและเกี่ยวข้องกับโครงการ คพอ. ได้แก่

- คพอ. แฟร์ - เชื่อมโยงธุรกิจ - สร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการ - พัฒนาหลักสูตร คพอ. ค่าใช้จ่ายต่อราย 0.600 ล้านบาท - จัดทำเอกสารเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการ - ติดตามประเมินผล - บริหารโครงการ

ตัวอย่างความสำเร็จ

ความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ

เครื่องมือส่วนตัว