การบริหารยุคใหม่เพื่อศักยภาพองค์กรสู่การแข่งขัน

จาก SSM Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
  • เมื่อวันที่ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “สโมสรผู้นำ” หรือ “Biz’s Leader Club ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “การบริหารยุคใหม่เพื่อศักยภาพองค์กรสู่การแข่งขัน” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรรับเชิญ คุณปิติพันธ์ เทพปฏิมากร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน คณาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร และสื่อมวลชนเข้าร่วมเสวนา มีสาระสำคัญ ดังนี้

การบริหารยุคใหม่ต้องมองทิศทางข้างหน้าและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

  • การประกอบธุรกิจยุคใหม่มีการแข่งขันสูง องค์กรหรือหน่วยงานจะอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ต้องมองให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินกิจการในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการเตรียมความพร้อมรับสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับองค์กรธุรกิจอื่นๆ ได้ ซึ่งทาง ปตท. ได้นำเอาแนวคิดหลัก 3 เรื่องมาใช้บริหารจัดการภายในองค์กรให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ดังนี้
1 Growth องค์กรต้องมีการเติบโตไม่เช่นนั้นมีแนวโน้มที่จะประสบความล้มเหลว ควรพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบให้เติบโตอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไรให้สูงขึ้น
2 Value Creation การดำเนินธุรกิจต้องสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ให้ได้ กรณีศึกษาของ ปตท. ในการนำเอาก๊าซธรรมชาติขึ้นมาจากอ่าวไทย แรกเริ่มนำเข้าไปใช้ในส่วนของเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มประมาณ 1-2 เท่า ต่อมาสร้างโรงแยกก๊าซเป็น LPG เข้าสู่ครัวเรือน อุตสาหกรรมและส่งออก มูลค่าเพิ่มเป็น 3 เท่า หลังจากนั้นเอาไปทำปิโตรเคมี มูลค่าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 8-20 เท่า การประกอบธุรกิจประเภทอื่นๆ ก็ไม่แตกต่างกัน ถ้าเอาวัตถุดิบมาแปรสภาพเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่ง ปรับเปลี่ยนแพ็คเกจให้สวยงาม คงทนหรือนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ช่องทางการตลาดใหม่ๆ ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เช่นกัน
3 Capability Development องค์กรต้องมีการพัฒนาตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนหรือเทคโนโลยี โดยเฉพาะ “คน” ต้องสร้างศักยภาพคนให้สูงสุดจึงจะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ ไม่ว่าองค์กรจะเล็กหรือใหญ่ต้องรักษาคนไว้ เพราะคนสามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ (People can make everything happened) โดยองค์กรต้องวางรูปแบบหรือพัฒนาคนให้ตรงตามความต้องการขององค์กรมากที่สุด เพื่อให้ต่อสู้กับองค์กรธุรกิจอื่นๆ ได้ ต้องทำให้คนเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญขององค์กร แม้เป็นเรื่องยากแต่ก็ต้องทำ เพราะคนหรือพนักงานคือปัจจัยหลักต่อความสำเร็จขององค์กร
  • ความสำเร็จองค์กรอยู่ที่การเปลี่ยนแปลง “Change will impact the organization” ไม่มีการดำเนินงานใดๆ ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแล้วเหมือนเดิม ถ้าคาด
    หวังว่าเราอยากจะปรับปรุงประสิทธิภาพหรือทำอะไรก็แล้วแต่โดยไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้นในองค์กร ถือว่า “เราไม่ได้ทำอะไรเลย” เพื่อทำให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน องค์กรจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้นำหน้าองค์กรอื่นๆ ก้าวหนึ่งเสมอ ในส่วนของ ปตท. ก็มีการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกันโดยการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้เปลี่ยนแทนผู้ถูกเปลี่ยน มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ผู้นำหรือผู้บริหาร ก็นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีบทบาทต่อการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ผู้นำที่ดีต้องกล้าตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ยอมรับมุมมองใหม่ๆ ไม่ล้าหลังและต้องไม่ประมาทเพื่อนำไปสู่การสร้างวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและท้าทายให้แก่องค์กร นอกจากนี้คนในองค์กรก็มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกันเพราะการบริหารการเปลี่ยนแปลงก็คือการบริหารคนในองค์กร เราต้องทำให้พนักงานเข้าใจ เกิดความร่วมมือและนำไปสู่การยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ภายในระยะอันเวลารวดเร็ว

หนทางสู่ความเป็นเลิศ

  • การประเมินสถานการณ์คือ วิธีการทำให้องค์กรมุ่งสู่ความเป็นเลิศ แต่ต้องประเมินให้เป็นระบบ สิ่งที่ ปตท. ทำอยู่เสมอในการดำเนินธุรกิจคือการประเมิน
    สถานการณ์ทั้งภายนอกและภายในเพื่อทำให้องค์กรทราบว่า
- จุดอ่อน-จุดแข็งขององค์กรคืออะไร
- อะไรคือข้อได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กร
- คู่แข่งมีศักยภาพอย่างไร
- สภาพตลาดเอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจเพียงใด และ
- บุคคลากรในองค์กรมีความพร้อมหรือไม่
เพื่อนำองค์กรสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนตลอดไป องค์กรจำเป็นต้องปรับปรุง และ เปลี่ยนแปลงองค์กรอยู่ตลอดเวลา
  • เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
- เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา
- ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงให้รวดเร็ว
- เป็นผู้เปลี่ยนแปลงแทนผู้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงดีกว่า
- มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลง
- พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า
แนวทางการบริหารจัดการของ ปตท.
  • ขณะนี้สังคมมองว่า ปตท. ทำอยู่แต่ในประเทศ การที่จะทำให้สังคมมองว่าเราเก่งเราต้องออกไปแข่งขันกับต่างชาติให้ได้ ปตท. จึงกำหนดทิศทางจากบริษัท
    พลังงานแห่งชาติมุ่งสู่การเป็นบริษัทพลังงานข้ามชาติ (Thai Premier Multinational Energy Company) โดยเราพยายามสื่อให้ทุกคนในองค์กรได้รับทราบถึงแนวทางและร่วมกันปฎิบัติให้สำเร็จ นอกจากนี้ ปตท. ยังต้องสร้างความเป็น “Good Citizen” ของประเทศให้ได้
เครื่องมือส่วนตัว