การทดสอบตลาดกล้วยตาก
จาก SSM Wiki
ท่านสามารถให้ความเห็นเพิ่มเกี่ยวกับบทความนี้ โดยการ คลิกที่ อภิปราย ที่อยู่ Tab ด้านบน
เนื้อหา |
ขอบเขตการศึกษา
- ศึกษาคุณลักษณะกล้วยตากคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการและเป็นไปตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกและประชุมกลุ่ม (Focus Group) พร้อมทั้งเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามทั้งหมดจำนวน 550 คน ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 250 คน และจังหวัดขอนแก่น จำนวน 300 คน สามารถสรุปข้อมูลความต้องการของลูกค้าได้ดังนี้
- คุณลักษณะทางกายภาพ พบว่าลักษณะของกล้วยตากที่ผู้บริโภคต้องการ คือ
- มีสีน้ำตาลทอง สีเข้มไม่เหนียวติดมือ
- รูปร่างสม่ำเสมอ ไม่เหี่ยว ไม่เบี้ยว ไม่มีรอยด่าง
- กล้วยไม่สุกงอม หวานธรรมชาติ ไม่หวานแหลม
- กลิ่นหอมของกล้วยธรรมชาติ กลิ่นน้ำผึ้ง
- เหนียวนุ่ม ไม่แข็งมาก ไม่ติดฟัน ชุ่มฉ่ำ
- ไม่ฝาด กล้วยแบน ลูกใหญ่
- บรรจุภัณฑ์ดูดี มี อย. และโลโก้ยี่ห้อ
- คุณลักษณะทางเคมี พบว่ากระบวนการผลิตกล้วยตากที่ได้มาตรฐาน ได้แก่
- ต้องมีค่า aw ไม่มากกว่า 0.75
- ส่วนใหญ่มีน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคสเป็นองค์ประกอบ และมีน้ำตาลซูโครสเล็กน้อยโดยมีน้ำตาลทั้งหมด 51.77 - 58.73 กรัม/100 กรัมตัวอย่างแห้ง
- ค่าความเป็นกรด (pH) โดยส่วนใหญ่ คือ 4.60-4.85
- คุณลักษณะทางชีวภาพ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ได้แก่
- จำนวนจุลินทรีย์ ทั้งหมดต้องไม่เกิน 1 × 10 3 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม
- เอสเชอริเชีย โคไล โดยวิธีเอ็มพีเอ็น ต้องน้อยกว่า 3 ต่อตัวอย่าง 1 กรัม
- สตาฟิโลค๊อกคัส ออเรียส ต้องไม่พบในตัวอย่าง 0.1 กรัม
- ยีสต์และรา ต้องไม่เกิน100 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม
ความชอบของผู้บริโภค
- พบว่าผู้บริโภคทั้งสองจังหวัดมีความแตกต่างกันต่อความชอบของลักษณะความนุ่ม รสหวาน กลิ่นแอลกอฮอล์ และความยาวของกล้วยตากเท่านั้น โดยได้ผลการศึกษาความชอบของกล้วยตากจังหวัดพิษณุโลกในปัจจัยทางด้านต่างๆ ดังนี้
- เพศ เมื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างความชอบของเพศชายและหญิง ทั้ง 2 จังหวัดพบว่าทั้งชายและหญิงมีความชอบต่อลักษณะต่างๆ ของกล้วยตากที่ไม่แตกต่างกัน
- อายุ แบ่งได้เป็นช่วงอายุน้อยกว่า 15 ปี 16 - 25 ปี 26 - 35 ปี และมากกว่า 35 ปี พบว่าช่วงอายุมีความชอบต่อสีน้ำตาลทอง ความเหนียว และความกว้างแตกต่างกัน โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ให้ค่าคะแนนความชอบทางด้านสีน้ำตาลทองมากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี ที่มีความชอบต่อสีน้ำตาลทองน้อยที่สุด (6.4750) แต่มีความชอบด้านสีน้ำตาลอยู่ในระดับชอบเล็กน้อยถึงชอบปานกลาง ความชอบของผู้ทดสอบที่มีอายุมากกว่า 35 ปีที่มีต่อความเหนียวของกล้วยตากมากที่สุด (6.8365) ซึ่งแตกต่างจากผู้ทดสอบที่มีอายุในระดับอื่นๆ ความชอบของผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี เป็นผู้ที่ให้ค่าคะแนนความกว้างน้อยแตกต่างจากผู้ที่มีอายุ 26 – 35 ปี และมากกว่า 35 ปี แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มผู้ที่มีอายุ 16 – 25 ปี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 %
- ระดับการศึกษา แบ่งได้เป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. อนุปริญญาหรือ ปวส. ปริญญาตรี และมากกว่าปริญญาตรี พบว่าผู้ทดสอบทั้ง 2 จังหวัดที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความชอบต่อลักษณะต่างๆ ของกล้วยตากไม่แตกต่างกัน
- อาชีพ แบ่งได้เป็นข้าราชการ ธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขาย นักเรียน นักศึกษา พนักงานเอกชน และอื่นๆ พบว่าผู้ทดสอบทั้งสองจังหวัด (รวม) ที่มีอาชีพต่างๆ มีความแตกต่างกันทางด้านความชอบของสีน้ำตาลทอง สีน้ำตาลเข้ม ความนุ่ม รสหวาน และความกว้างของตัวอย่างกล้วยตาก พบว่าผู้บริโภคที่มีอาชีพรับราชการให้ค่าคะแนนสีน้ำตาลทองสูงที่สุด (7.07) แต่ไม่แตกต่างกับกลุ่มที่มีอาชีพธุรกิจและนักเรียน ส่วนกลุ่มนักนักศึกษาให้ค่าคะแนนสีน้ำตาลทองต่ำที่สุด (6.41) แต่ไม่แตกต่างกับกลุ่มที่มีอาชีพพนักงานเอกชนและนักเรียน ผู้บริโภคที่มีอาชีพรับราชการให้ค่าคะแนนสีน้ำตาลเข้มสูงที่สุด (6.54) แต่แตกต่างกับกลุ่มนักเรียน ธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขาย พนักงานเอกชน โดยนักเรียนให้ค่าคะแนนต่ำสุด (5.70) ผู้บริโภคที่มีอาชีพรับราชการให้ค่าคะแนนความนุ่มสูงสุด คือ 7.56 แต่ไม่แตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ ยกเว้นแตกต่างกับกลุ่มอาชีพพนักงานเอกชน ซึ่งให้ค่าคะแนนต่ำสุด ผู้บริโภคที่เป็นนักเรียนค่าคะแนนความหวานสูงสุด (7.00) แต่ไม่แตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ ยกเว้นแตกต่างกับกลุ่มอาชีพธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขาย ซึ่งให้ค่าคะแนนต่ำสุด (6.35) ส่วนผู้บริโภคที่มีอาชีพรับราชการให้ค่าคะแนนความกว้างสูง (6.70) ซึ่งแตกต่างกับกลุ่มนักศึกษาและนักเรียน แสดงว่ากลุ่มต้องการความกว้างมากกว่านี้
- จำนวนสมาชิกในครอบครัว แบ่งได้เป็น 2-3 คน 4-5 คน และมากกว่า 5 คน โดยรวมทั้ง 2 จังหวัด พบว่าจำนวนสมาชิกในครอบครัวไม่มีผลต่อความชอบทุกลักษณะของกล้วยตาก
- รายได้ต่อเดือน แบ่งได้เป็นน้อยกว่า 5,000 บาท 5,001 – 10,000 บาท 10,001 – 15,000 บาท และมากกว่า 15,000 บาท พบว่าผู้ทดสอบที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เท่ากันโดยรวมทั้งสองจังหวัดไม่มีความแตกต่างในด้านความชอบต่อทุกลักษณะของกล้วยตาก เมื่อแยกวิเคราะห์แต่ละจังหวัดก็ไม่มีความแตกต่างกัน
- ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่า ความถี่ในการซื้อกล้วยตาก ส่วนใหญ่ผู้บริโภคซื้อกล้วยตากน้อยกว่า 1 ครั้ง/เดือน คิดเป็นร้อยละ 53.64 รองลงมาซื้อ 2-3 ครั้ง/เดือน คิดเป็นร้อยละ 25.09 ซื้อ 1 ครั้ง/อาทิตย์ คิดเป็นร้อยละ 10.91 ซื้อ 2-3 ครั้ง/อาทิตย์ คิดเป็นร้อยละ 7.82 และซื้อทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 2.55
สถานที่ซื้อ
- ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะซื้อกล้วยตากจากร้านขายของที่ระลึก คิดเป็นร้อยละ 42.70
- รองลงมา คือ งานแสดงสินค้าต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 39.80
- ร้านขายของชำ คิดเป็นร้อยละ35.10
- ซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ หรือเซเว่น คิดเป็นร้อยละ 27.50
- ห้างสรรรพสินค้า คิดเป็นร้อยละ 25.10 และ
- ร้านขายกล้วยปิ้ง คิดเป็นร้อยละ 16.40
ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อกล้วยตาก
- เรียงลำดับปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดไปหาน้อย คือ
- อันดับ 1 รสชาติ
- อันดับ 2 ความปลอดภัยในการรับประทาน
- อันดับ 3 ราคา
- อันดับ 4 บรรจุภัณฑ์ใหม่ดูดี
- อันดับ 5 สีกล้วยตาก
- อันดับ 6 ตราสินค้า , อย. หรือโลโก้
- อันดับ 7 ขนาดของกล้วยสม่ำเสมอ
- อันดับ 8 เนื้อสัมผัสและความนุ่ม
- อันดับ 9 การซื้อเป็นของฝาก และ
- อันดับ 10 การอยากลองของใหม่
- ส่วนสาเหตุที่ผู้บริโภคชอบกินกล้วยตากเพราะ
- อร่อยคิดเป็นร้อยละ 70.71
- มีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นยาระบาย คิดเป็นร้อยละ 53.30
- แก้หิว คิดเป็นร้อยละ 37.50
- สะดวกหาซื้อได้ง่าย คิดเป็นร้อยละ 32.20
บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจุกล้วยตาก
- ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายมากที่สุด คือ กล่องพลาสติก คิดเป็นร้อยละ 41.60 รองลงมา คือ ห่ออะลูมิเนียมฟอยด์แล้วบรรจุในกล่องกระดาษอีกชั้น คิดเป็นร้อยละ 30.00 ใส่ถุงพลาสติกแล้วบรรจุในกล่องกระดาษอีกชั้น คิดเป็นร้อยละ 14.20 ใส่ถุงพลาสติก คิดเป็นร้อยละ 12.00 และอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 1.80 โดยทั้งสองจังหวัดไม่มีความแตกต่างในการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม
ขนาดที่เหมาะสมสำหรับรับประทาน
- ส่วนใหญ่ขนาด 2-5 ชิ้นต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 56.50 รองลงมา คือ ขนาด 6-8 ชิ้นต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 21.80 ขนาด 9-10 ชิ้นต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 12.20 ขนาด 11-12 ชิ้นต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 4.90 และขนาดมากกว่า 12 ชิ้นต่อครั้ง คิดเป็นร้อยละ 4.40
ขนาดที่เหมาะสมสำหรับการซื้อต่อครั้ง มากที่สุด คือ ขนาด 10 ชิ้นต่อกล่อง คิดเป็นร้อยละ 37.30 รองลงมา คือ ขนาด 20 ชิ้นต่อกล่อง คิดเป็นร้อยละ 23.50 ขนาด 15 ชิ้นต่อกล่อง คิดเป็นร้อยละ 17.80 ขนาด 5 ชิ้นต่อกล่อง คิดเป็นร้อยละ 13.70 และขนาดมากกว่า 20 ชิ้นต่อกล่อง คิดเป็นร้อยละ 4.70
สรุปคุณลักษณะกล้วยตากที่ผู้บริโภคต้องการ
- สีเหลืองทองมากกว่า 11.31 (เอกสารอ้างอิงมากว่า 25) สีน้ำตาลเข้มและค่าส่องสว่างมากกว่า 32- 40
- เนื้อเหนียวมากกว่า 1,537.44 กรัมแรง
- รสหวานมีน้ำตาลมากกว่า 55.14 กรัม/น้ำหนักกล้วยตากแห้ง
- ขนาดกล้วยตากความกว้าง 31.59 มิลลิเมตร และความยาว 81.26 มิลลิเมตรหรือมากกว่านี้
- ผู้บริโภคชอบความนุ่มของกล้วยตาก ชอบกลิ่นธรรมชาติ ไม่ต้องมีกลิ่นหมักแอลกอฮอล์
